SF : VIP HOST#Intro

posted on 17 Sep 2009 00:26 by welovetoptory

สถานที่...ที่ทำให้คุณมีความสุข

 

สถานที่...ที่ทำให้คุณสบายใจ

 

สถานที่...ที่มีคนเข้าใจคุณ

 

สถานที่...แห่งนั้น คือ ‘VIP HOST’

 

 

 

ฝาก SF เรื่องนี้ไว้ติดตามด้วยนะค่ะ

อย่าคาดหวังว่ามันจะสนุก

แค่คนแต่งคิดไรออก ก็เลยอยากแต่ง

เรื่องนี้คงแต่งต่อให้จบแน่นอน

เรื่องนี้ไม่สนเม้นท์

ใครจะเม้นท์ก็ขอบคุณไว้ล่วงหน้า

ใครไม่เม้นท์ก็ไม่เป็นไร

 

edit @ 17 Sep 2009 00:57:28 by Toptory

GENIE#3

posted on 14 Sep 2009 18:36 by welovetoptory

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title: GENIE
Cast: TOPTORY[YBGD&SMDS]
Rate: PG
Author: ugra

 

 

<<<<<<<<<< ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ >>>>>>>>>>

 

 

ตอนที่ 3

 

ซึงรีนอนหงายอยู่บนเตียง เสียงนอกห้องเงียบลงแล้ว.... มันเงียบไปได้สักพักแล้วด้วยซ้ำ และมันก็เงียบจนเกินไป

 

 

 

 

ไปแล้วจริง ๆ เหรอ จินนี้ใจร้าย....

 

 

 

 

ทั้ง ๆ ที่เป็นคนไล่ให้ไป แต่พอรู้สึกว่าจินนี้จะไปจริง ๆ ใจมันก็รู้สึกแปลก ๆ ซึงรีลุกจากเตียงเดินไปที่หน้าต่าง เพื่อหวังจะเปิดมันออก แต่แล้วก็กลับรู้สึกไม่กล้า มือที่กำลังจะเอื้อมไปเปิดหน้าต่าง ก็ลดระดับกลับมาอยู่ข้าง ๆ ลำตัว

 

หากเขาเปิดหน้าต่างออกไปแล้วเจอจินนี้ เขาจะทำยังไง จะหงุดหงิด ตะโกนด่า ว่าจินนี้อย่างนั้นเหรอ แล้วถ้าหากเขาเปิดหน้าต่างออกไปแล้วไม่เจอจินนี้ เขาละจะรู้สึกยังไง แล้วจะทำยังไง

 

ในเมื่อใช้สมองคิดไม่ออกว่าจะเปิดหน้าต่างดีหรือไม่เปิดดี ซึงรีก็ขอใช้ใจคิดละกัน ว่าควรจะเปิดหน้าต่างดีมั้ย

 

ซึงรีตัดสินใจเปิดหน้าต่างออกมา แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไปแล้วไม่เห็นใคร เขาชะโงกหัวออกจากหน้าต่าง เพื่อมองไปรอบ ๆ แต่ทันทีที่หัวโผล่ออกไปพ้นขอบหน้าต่าง เขาก็ต้องเห็นร่างของชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนพิงกำแพงติด ๆ กับหน้าต่างที่เขาโผล่หัวออกมา

 

 

จินนี้!” ซึงรีเรียกชื่อของคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าต่าง พร้อมกับปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ก็มันตั้งตัวไม่ทันนิ ว่าจะทำอะไร หากเห็นจินนี้ยังอยู่ จะด่า จะว่า จะบ่น ตอนนี้มันคิดไม่ออก ก็ขอปิดหน้าต่างหนีก่อนละกัน

 

โอ๊ย!!!!!!!” เสียงร้องจากคนนอกห้องทำให้ซึงรีตกใจ หน้าต่างที่เขาเพิ่งจะปิด มันปิดลงแล้ว แต่ดันปิดไม่สนิท เพราะมีมือของคนนอกห้องมาคั่นมันไว้

 

เป็นอะไรหรือเปล่า ซึงรีรีบเปิดหน้าต่างออกมาดู เขาก็เห็นจินนี้ล้มตัวลงนั่ง พร้อมกับกุมมือข้างขวาที่โดนหน้าต่างหนีบเอาไว้ด้วยความเจ็บ

 

เจ็บดิ ถามได้!” น้ำเสียงที่เอ่ยมาอย่างหนักแน่นทำให้ซึงรีรู้ได้ว่าจินนี้กำลังโกรธ.... เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้จินนี้เจ็บ มันก็เป็นแค่อุบัติเหตุ แต่กลับทำให้เขารู้สึกผิดที่เห็นคนตรงหน้าต้องมาเจ็บเพราะเขา

 

เจ็บมากมั้ย ซึงรีรีบเดินออกจากห้อง มายังระเบียง เพื่อดูอาการของคนเจ็บใกล้ ๆ เขาจับมือของจินนี้ขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามันเป็นรอยแดงเส้นตรงตามแนวหน้าต่างที่ปิดทับ

 

โห้ แดงเลย ขอโทษนะ ซึงรีไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ พี่จินนี้อย่าโกรธเลยนะ ซึงรีละสายตาจากมือของคนเจ็บเพื่อเงยมามองหน้าแทน แต่สีหน้าคนเจ็บตอนนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงความเจ็บเลยแม้แต่น้อย มันกลับบงบอกว่าคนเจ็บกำลังมีความสุข เพราะจินนี้นั้นกำลังยิ้มอยู่

ยิ้มทำไมฮ่ะ หายเจ็บแล้วเหรอ

 

ป่าว...ยังเจ็บอยู่

 

แล้วพี่ยิ้มทำไมคำตอบของคนเจ็บยิ่งทำให้ซึงรีสงสัย ในเมื่อเจ็บอยู่ แล้วจะมานั่งยิ้มทำไม นี้เหรอสีหน้าของคนที่ยังเจ็บอยู่

 

ไม่รู้สิ เห็นนายเป็นห่วงฉันมากขนาดนี้มันก็เลยยิ้มออกมา.... ทำไม ผิดด้วยเหรอ ที่ยิ้ม

 

ไอ้บ้า ซึงรีว่าจินนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเขาโกรธ แต่มันเป็นเพราะว่าเขาไม่รู้จะพูดคำไหนต่างหาก

 

วันนี้นายจะด่าฉันแต่คำนี้หรือไง

 

ทำไมอยากให้ซึงรีด่าคำอื่นเหรอ ซึงรีด่าได้นะ

 

โอ๊ะ ๆ ไม่ต้องเลย ถ้านายลองด่าฉันมากกว่านี้ละก็ นายเจอดีแน่

 

เจอดีงั้นเหรอซึงรีมองหน้าจินนี้อย่างมีเลศนัย จนจินนี้รู้สึกสงสัย แต่ความสงสัยของเขาก็เกิดได้ไม่นาน เพราะไอ้คนที่มองหน้าเขาแบบมีเลศนัยนั้น กำลังบีบมือของเขาที่เพิ่งโดนหน้าต่างหนีบอยู่

 

โอ๊ย!! นายทำบ้าไรเนี่ย!!!!!!” จินนี้รีบชักมือกลับ ก่อนที่คนตรงหน้าจะบีบมือเขาให้เจ็บไปมากกว่านี้

 

ก็เจอดีไง สมน้ำหน้า ซึงรีแลบลิ้นใส่คนเจ็บ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อหวังจะเดินกลับเข้าห้อง แต่ก็มีมือดีมาฉุดมือเข้าไว้ ไม่ให้เดินไปไหนได้ซ่ะก่อน

 

คุยกันก่อนสิ

 

คุยอะไร

 

นายมาไล่ฉันทำไม

 

ก็...พี่จินนี้ทำให้ซึงรีโกรธ

 

ฉันไปทำอะไรให้นายโกรธ

 

ก็พี่ไม่ยอมออกมาให้เพื่อนของซึงรีเห็น เลยทำให้เพื่อนซึงรีคิดว่าซึงรีเป็นคนบ้า

 

แล้วทำไมฉันต้องออกมาให้คนอื่นเห็นด้วยล่ะ.....ให้นายเห็นแค่คนเดียวไม่พอเหรอไง

อยากอวดฉันให้คนอื่นเห็นในฐานะอะไร คนในตะเกียงงั้นเหรอ เจ้านาย.....คำพูดของหนุ่มร่างสูงฟังดูตัดเพ้อจนซึงรีรู้สึกได้ แต่ที่ซึงรีรู้สึกไม่ได้คือตอนนี้คนในตะเกียงจะรู้สึกยังไง และกำลังคิดอะไร

 

เปล่า

 

ถ้าเปล่า แล้วนายอยากจะอวดฉันให้คนอื่นเห็นทำไมกัน

 

ก็....พี่จินนี้เป็นอะไรที่แปลก และน่ามหัศจรรย์ไม่ใช่เหรอ

 

ฉันแปลกตรงไหน มีส่วนไหนเหรอไง ที่ฉันมีไม่เหมือนนาย หรือว่ามันมีอะไรเพิ่มขึ้นมา เจ้านายบอกฉันที

 

.... ซึงรีไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ส่ายหน้าเบา ๆ ก็หากมองผู้ชายตรงหน้าแล้ว เขาก็มีอัวยวะครบ 32 เหมือนกับซึงรี ไม่มีส่วนไหนขาด หรือเกินมาเลย

 

ถ้าไม่มีงั้นเจ้านายก็มองฉันให้เหมือนคนปกติทั่วไปจะได้มั้ย.... พูดจบจินนี้ก็ยื่นมือทั้งสองข้างของเขาไปจับศรีษะของคนร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือลงมาเพื่อกุมแก้มทั้งสองข้างของซึงรีไว้ พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปหาซึงรี จนสายตาอยู่ในระดับเดียวกัน และอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร

 

มองฉันเหมือนพี่คนหนึ่ง หรือเป็นแค่เพื่อนของนายคนหนึ่งก็พอ เข้าใจมั้ย เจ้านาย

 

....ซึงรีพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วก็ต้องเอียงหัวหนีเมื่อมือที่กุมแก้มเขาเมื่อกี้ ย้ายมาขยี้ผมแทน

 

 

จินนี้ยิ้มออกมาทันที แม้ซึงรีจะไม่พูดออกมา แต่เขาก็เชื่อว่าซึงรีจะมองเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่คนวิเศษ ที่แปลกแยกไปจากมนุษย์ทั่วไป

 

 

ทำอะไรของพี่เนี่ย ผมยุ่งหมดเลย ซึงรีบ่นออกมาทั้งทางปากและก็ทางสายตาที่จิกกัดไปยังคนที่ทำผมเขาเสียทรง โดยที่มือของเขาก็กำลังจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

 

ก็แค่ผมยุ่ง ทีเมื่อกี้นายทำฉันเจ็บ ฉันยังไม่ว่าอะไรเลยนะ

 

ก็ขอโทษไปแล้วไง จะเอาอะไรอีก

 

ฉันไม่เอาอะไรหรอก แค่นายอย่าไล่ฉันไปไหนก็พอ

 

ซึงรีไม่รับปาก ถ้าพี่จินนี้ทำให้ซึงรีโมโหอีก ซึงรีก็จะไล่พี่ไปไกล ๆ เลย

 

นายนี้ใจร้ายชะมัด ฉันไปดีกว่า

 

พี่จินนี้จะไปไหน จะกลับเข้าไปอยู่ในตะเกียงเหรอ

 

ฉันบอกแล้วไง ว่าให้มองฉันเป็นคนปกติทั่วไป ไม่ใช่คนในตะเกียง จินนี้บอกกับซึงรีแล้วก็กระโดดขึ้นระเบียงเพื่อจะปีนไปยังระเบียงของบ้านที่อยู่ข้าง ๆ

 

แล้วนั้นพี่จะไปบ้านพี่ซองมินทำไมล่ะฮ่ะ ถ้าให้มองเป็นคนปกติทั่วไป พี่ก็ไม่น่าไปปีนบ้านคนอื่นเขาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แบบนี้มันเรียกขโมยชัด ๆ

 

นายนี้นะ... จินนี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะถ้าขืนเขาพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ ไอ้เด็กตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังเขา คงหาเรื่องพูดมาเถียงจนเขาไปไหนไม่ได้แน่ เขาเลยตัดสินใจเดินเข้าห้องซองมิน แล้วก็เปิดประตูหน้าห้องเพื่อเดินออกจากห้องไป

 

 

 ซึงรียืนมองดูจินนี้ที่เดินออกจากห้องพี่ซองมินไปแล้ว ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้ามาที่ห้องของตัวเอง เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงเพื่อมองดูตะเกียงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ

 

 

 

 

ให้มองเป็นคนปกติทั่วไปอย่างนั้นเหรอ....

 

แล้วจะให้ซึงรีมองแบบนั้นได้ไง ก็ในเมื่อนายเป็นคนในตะเกียง ไม่ใช่มนุษย์....

 

 

 

 

~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~

 

 

 

 

สาย จียงบอกกับเพื่อนร่างหนาอย่างคาดโทษ หลังจากที่เขานั่งยอง ๆ อยู่หน้าบ้าน เพื่อรอเพื่อนร่างหนาเดินออกจากบ้านมา

 

 

ในทุก ๆ เช้า จียงกับแทยังมักจะออกมาเจอกันที่หน้าบ้านของตัวเองเพื่อไปโรงเรียนพร้อมกันเสมอ บ้านของพวกเขาอยู่ติดกัน และก็ยังเป็นเพื่อนเล่นที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เลยทำให้พวกเขาสนิทกันจนเกินกว่าคำว่า เพื่อน.... นั้นเป็นสิ่งที่จียงคิดคนเดียว แต่สำหรับแทยังแล้ว จียงก็แค่เพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่งเท่านั้น

 

 

โทษที เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย

 

นอนดึก?”

 

ฉันนั่งทำรายงานของ อ.จีฮุน

 

รายงานของ อ.จีฮุน ส่งอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ

 

ใช่ ส่งอาทิตย์หน้า

 

แล้วนายจะรีบทำไปทำไม เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ

 

เหลือเวลาอีกตั้งเยอะเหรอ...

นายอย่าลืมสิจียง ว่าพวกเราอ่ะ ตื่นเช้ามาก็ไปมหาลัย หลังจากเลิกเรียนก็ไปทำงานพิเศษ กว่าจะเลิกงานก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน แค่นี้มันก็ไม่มีเวลาว่างให้พวกเราต้องทำรายงานแล้วนะ

 

นายนิขี้บ่นชะมัด ฉันถามนิดเดียวตอบซ่ะยาวเลยจียงบ่นเพื่อนร่างหนา ก่อนที่จะเดินออกไป

 

ฉันไม่ได้บ่นซ่ะหน่อย ก็แค่อธิบายให้นายฟัง ว่าพวกเราไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะทำรายงานเหมือนพวกนักศึกษามหาลัยทั่วไป เพราะฉะนั้นนายเองก็ควรเริ่มทำรายงานได้แล้วแทยังที่เดินตามหลังจียง พยายามอธิบายให้จียงได้เข้าใจ โดยไม่ลืมใส่ความหวังดีลงไปในประโยคที่พูดให้กับเพื่อนคนสนิท แต่ทว่าความหวังดีของเขากลับไม่ได้รับคำชม

 

นายนี้ขี้บ่นจริง ๆ

 

ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้บ่น ก็แค่อธิบายให้นายฟัง

 

มันก็เหมือนกันนั้นแหล่ะ

 

ไม่เหมือนกันสักหน่อย แทยังหยุดเดิน เพื่อพูดกับตัวเอง เขาพยายามคิดหาข้อแตกต่างระหว่างขี้บ่นกับพูดอธิบาย แต่แล้วก็ต้องหยุดคิดเมื่อเพื่อนสนิทที่เดินนำหน้าไปหยุดเดินแล้วหันมาพูดด้วย

 

นี้! วันนี้ฉันได้ข่าวจากเจ้าของร้านว่าจะมีพนักงานมาใหม่ด้วย

 

เหรอ

 

อืม ที่นี้นายก็คงมีเวลาว่างเยอะขึ้นพอที่จะทำรายงาน แล้วก็ไม่ต้องนอนดึก ตื่นสาย ทำให้ฉันต้องรอนายนาน ๆ แบบวันนี้แล้วแหล่ะ

นายรู้มั้ย,,,, วันนี้ฉันยืนรอนายจนปวดขาไปหมด นายต้องรับผิดชอบ จียงพูดจบก็ออกเดินอีกครั้ง โดยไม่รอเพื่อนร่างหนาที่ยังยืนอยู่กับที่

 

นายนั้นแหล่ะ....ที่ขี้บ่น จียง

................................

.......................

...............

......

.

 

นี้!” เสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง ทำให้แทยังหันไปมองก็เห็นเพื่อนร่างบางที่เป็นเพื่อนคุยตลอดทางมามหาลัยยังยืนอยู่ที่เดิม หลังจากลงรถเมลล์มา

 

หืม? มีอะไร

 

ฉันเมื่อยขา คำตอบของเพื่อนร่างบางที่เรียกเขาไว้ยิ่งทำให้แทยังสงสัย... จียงเมื่อยขาแล้วมาบอกเขาทำไม อยากจะให้เขาพาไปห้องพยาบาลงั้นเหรอ หรืออยากจะให้เขาไปนวดให้

 

แล้วไง

 

ก็นายทำให้ฉันเมื่อยขา นายต้องรับผิดชอบ

 

ฉันเนี่ยนะ!” แทยังชี้หน้าตัวเองด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าเขาไปทำให้จียงเมื่อยตอนไหน ก่ะอีแค่เมื่อเช้าเขาออกสายแค่ห้านาที จนจียงต้องมานั่งรอเขาที่หน้าบ้านแค่นี้ มันทำให้จียงเมื่อยขาเลยเหรอ

 

ใช่ นายนั้นแหล่ะที่ทำให้ฉันเมื่อยขา

เมื่อเช้านายทำให้ฉันต้องรอนาน แถมบนรถเมลล์ก็ไม่มีที่นั่งทำให้ฉันต้องยืนตลอดทาง นั้นก็เพราะว่านายตื่นสาย เลยทำให้ไม่มีที่นั่ง เพราะฉะนั้นนายต้องรับผิดชอบ

 

รับผิดชอบ? ยังไง

 

ให้ฉันขี่หลังไปจนถึงห้องเรียน

 

ห๊า!!!” แทยังตะโกนเสียงดังจนคนที่ป้ายรถเมลล์หันมามองเขาเป็นตาเดียว

นายล้อฉันเล่นใช่มั้ย

 

ไม่ได้ล้อเล่น ฉันพูดจริง ๆ

 

แต่ฉันคงไม่ให้นายขี่หลังไปจริง ๆ หรอกนะ

 

ไม่ได้! นายจะปฏิเสธไม่ได้ นายจะต้องให้ฉันขี่หลังเดี๋ยวนี้

 

เรื่องอะไร นายมีขาก็เดินเองสิ

 

แต่ฉันปวดขาก็เพราะนายนะ นายต้องรับผิดชอบสิ

 

ไม่!!!” แทยังตะโกนตอบจียงแล้วก็ตั้งท่าวิ่งหนีออกไปทันที

 

หยุดเดี๋ยวนี้นะแทยัง! มาให้ฉันขี่หลังเดี๋ยวนี้!!!!!” จียงไม่รอให้เพื่อนได้วิ่งนีไปไกล เขาวิ่งไล่แทยังไปติด ๆ ยิ่งวิ่งเข้าไปใกล้แทยังมากเท่าไร จียงก็ทำท่าจะกระโดดขี่ จนแทยังต้องเอียงตัวหลบหนีตลอดทาง

 

 

ทั้งสองคนวิ่งเล่นวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน โดยไม่อายสายตาคนอื่นที่ต่างหันมามองพวกเขาเป็นสายตาเดียวกัน รวมทั้งคน ๆ นี้ ที่มองดูพวกเขาอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งพวกเขาวิ่งไล่กันขึ้นตึกเรียนไป

 

 

ซึงรี เสียงเรียกของเพื่อนสนิทร่างหนาดังขึ้นมาจากข้างหลัง ทำให้ซึงรีหันไปมองก็เห็นแดซองที่เพิ่งลงจากรถเมลล์กำลังวิ่งมาทางเขา

 

หวัดดี แดซองกล่าวทักทายเพื่อนสนิท พร้อมกับยิ้มทักทายในตอนเช้า เพื่อหวังจะให้เพื่อนตัวเล็กยิ้มตอบ แต่เพื่อนของเขากลับเพียงแค่ไม่ยิ้มตอบ ยังทักทายเขาด้วยคำสั้น ๆ แล้วก็เดินจากไป

 

อืม

 

 

แดซองได้แต่ยืนมองหลังเพื่อนตัวเองที่กำลังจะเดินเข้ามหาลัย ในตอนเช้าที่อากาศสดใสแบบนี้ ทำไมอารมณ์ของเพื่อนเขามันถึงได้ดูเศร้ายิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเริ่มวันใหม่มาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

 

 

เป็นอะไรหรือเปล่า....ซึงรี แดซองที่เพิ่งเดินมาถึงที่นั่งของตัวเองในห้องเรียน ถามเพื่อนสนิทที่นั่งเหม่อมองออกไปข้างนอกห้อง

 

ป่าว ซึงรีตอบคำถามแดซองทั้ง ๆ ที่สายตาก็ยังคงจับจ้องมองออกไปข้างนอก

 

 

ในเช้าวันนี้ตึกที่เขาเรียนไม่ใช่ตึกเดิมที่อยู่หน้ามหาลัย เวลามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วจะเห็นประตูมหาลัย แต่ตึกที่เรียนในวันนี้ มันทำให้เขาเห็นสนามฟุตบอล เวลาที่เขามองออกไปนอกหน้าต่าง

 

 

 

 

สนามฟุตบอลที่พี่แทยังเคยฝึกซ้อมตอนอยู่ปีสอง แต่วันนี้ไม่มีพี่เขาแล้ว...

 

 

 

 

เมื่อปีที่แล้วซึงรีจำได้ดีว่าหลังเลิกเรียนเขาชอบมายืนที่ข้างสนามเพื่อมองดูรุ่นพี่แทยังฝึกซ้อมกับชมรมฟุตบอล แต่ว่าปีนี้มันคงไม่มีแล้ว เพราะพี่แทยังขอลาออกเพื่อจะไปทำงานที่ร้าน VIP BANG

 

ในตอนแรกที่พี่แทยังลาออกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่พี่แทยังรักฟุตบอลมาก แต่ก็ยอมลาออกไป  หรืออาจเป็นเพราะว่า พี่เขาอยากไปทำงานพิเศษใกล้ ๆ กับคนพิเศษของเขาก็เป็นได้

 

 

นี้! ซึงรี เสียงเรียกของแดซองทำให้ซึงรีหยุดความคิด หยุดเหม่อแล้วหันกลับมามองแดซองที่เลื่อนเก้าอี้มานั่งติดกับเก้าอี้ของเขา

 

ถ้าโลกนี้มีจินนี้อยู่จริง แล้วนายสามารถขอพรได้หนึ่งอย่าง นายอยากจะขออะไรทันทีที่ได้ฟังคำถามของเพื่อนสนิทเสร็จ คิ้วของซึงรีก็แทบพูดกันเป็นโบว์

 

ทำไมถึงถามแบบนี้?”

เมื่อวานนายยังไม่เชื่ออยู่เลย ว่าจินนี้มีอยู่จริง แล้ววันนี้นายจะมาถามเกี่ยวกับจินนี้อีกทำไม

 

ฉันไม่ได้ถามเกี่ยวกับจินนี้ ฉันแค่อยากรู้ว่าถ้านายขอพรได้หนึ่งอย่าง นายอยากจะขออะไร

 

นั่นแหล่ะ แล้วทำไมนายต้องพูดถึงจินนี้ด้วย หรือว่านายจะเอาเรื่องเมื่อวานมาพูด นายจะหาว่าซึงรีเป็นคนบ้าใช่มั้ย ที่บอกว่าจินนี้มีอยู่จริง

 

ว่ะ! ไอ้นี้ ฉันแค่เห็นนายเครียด เลยหาเรื่องมาพูดด้วย แล้วทำไมนายต้องมาพูดหาเรื่องฉันแต่เช้าแบบนี้ด้วยเนี่ย แดซองพูดอย่างหงุดหงิดแล้วก็ชักเก้าอี้กลับไปนั่งที่เดิม

 

 

ซึงรีมองเพื่อนร่างหนาแล้วก็รู้ทันทีว่าเขาคงทำผิดพลาดไป ที่ทำให้เพื่อนร่างหนาหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่กำลังเป็นห่วงเขาอยู่

 

 

โทษที พอดีเมื่อคืนนี้ซึงรีนอนไม่ค่อยจะพอ ขอบตามันดำ เลยทำให้ซึงรีหงุดหงิดพาลโมโหใส่ ขอโทษทีนะซึงรีรู้ตัวดีว่าทำผิดก็ควรกล่าวขอโทษ เขาขอโทษเพื่อน พร้อมกับอ้างเหตุผลโกหก เพื่อหวังจะทำให้เพื่อนสบายใจไม่ต้องมาเป็นห่วงเขาในเรื่องที่เขาเครียดอยู่ เพราะเรื่องความรักนี้เขาขอเครียดกับมันคนเดียวพอ

 

ตกลง เช้านี้ที่นายมานั่งเครียดก็เพราะไอ้ขอบตาดำเนี่ยนะ

 

อืม

 

นายบ้าหรือเปล่า ตั้งแต่ฉันรู้จักกับนายมา ฉันก็เห็นว่าไอ้ขอบตาของนายเนี่ย มันดำแบบนี้แทบจะทุกวันอยู่แล้ว แล้วนายจะมาเครียดทำไม

 

นั้นสินะ ซึงรีจะมานั่งเครียดทำไม ซึงรีส่งยิ้มให้แดซองทั้ง ๆ ที่ในใจรู้สึกเจ็บปวด

 

 

 

 

 

จะเครียดทำไม....ไหนว่าจะแค่แอบรักไม่ต้องการให้เขารักตอบ

 

แล้วจะเครียดทำไม.....

 

 

 

 

~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~

 

 

 

 

เวลาหลังเลิกเรียนจียงและแทยังก็เดินทางมาทำงานกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็ตอนที่เดินมายังห้องพักพนักงานเพื่อเปลี่ยนชุดประจำร้าน แล้วเห็นผู้ชายแปลกหน้านั่งกินขนมอยู่ที่เก้าอี้ตรงโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง

 

 

หวัดดี ฉันโจ ซองมิน เป็นพนักงานใหม่ เพิ่งมาทำงานเป็นวันแรก คนแปลกหน้ารีบแนะนำตัวให้กับผู้ชายสองคนที่ยืนทำหน้าสงสสัยอยู่ตรงประตู

 

หวัดดีครับ ผมแทยัง แทยังก้มหัวทักทาย ก่อนจะเดินไปที่ล๊อกเกอร์ของตัวเอง เพื่อหยิบเสื้อผ้าทำงานมาเปลี่ยน

 

ผม....

 

จียง ยังไม่ทันที่จียงจะได้แนะนำตัว ผู้ชายร่างสูง พนักงานคนใหม่ก็เรียกชื่อของเขาขึ้นมาซ่ะก่อน

 

ฮ่ะ ผมจียง

 

ฉันว่าแล้วเชียว ว่านายต้องเป็นควอน จียง

 

ฮ่ะ แล้ว...คุณรู้ได้ยังไง ว่าผมชื่อ จียง

 

.... ซองมินไม่ได้ตอบคำถามจียง เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เพื่อเดินมาหาจียง ก่อนจะยื่นหน้าของตัวเองไปใกล้ ๆ หน้าจียง

 

 

ซองมินยังคงไม่ตอบคำถามของจียง เขาใช้สายตาสำรวจใบหน้าของจียงไปจนทั่ว ก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

ก็ผู้จัดการร้านเขาบอกกับฉัน ว่าที่นี้มีพนักงานพิเศษที่จะมาทำงานในตอนเย็นอีกสองคน ชื่อจียงกับแทยัง แล้วเขาก็ยังบอกอีกว่า แทยังเป็นผู้ชายเท่ห์มีกล้าม ส่วนจียงก็เป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารัก ฉันก็เลยรู้ว่านายชื่อจียง เพราะนายน่าตาน่ารักอย่างที่ผู้จัดการร้านเขาบอกจริง ๆ ซองมินไม่เพียงแค่ชมว่าจียงน่ารัก เขายังยื่นมือของเขาไปลูปแก้มจียงเบา ๆ พอทำให้คนถูกโดนลูป รู้สึกเขินเล็กน้อย

 

 

ปัง!!!!!!!!!!!!

เสียงของเหล็กที่กระทบกันดังขึ้นมาเสียงดัง ทำให้ซองมินกับจียงรู้สึกตัวว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันแค่สองคน แต่ยังมีผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ในห้อง

 

ซองมินหันหลังไปมองคนที่ทำเสียงดัง เขาก็เห็นแทยังมองมาทางพวกเขาอยู่ โดยที่มือของเขาก็ยังจับอยู่ที่ประตูล๊อกเกอร์ เลยทำให้ซองมินรู้ว่า เสียงที่ดังขึ้นเมื่อกี้ เกิดจากประตูล๊อกเกอร์ที่แทยังปิดมันอย่างแรง

 

 

โทษที คนทำเสียงดังกล่าวขอโทษ แต่หากดูจากสีหน้าแทยังแล้วจะรู้ดีว่าเขาไม่ได้ขอโทษเพราะรู้สึกผิดอะไร แต่ที่เขาพูดไป เพราะกำลังเป็นที่สนใจของคนสองคนในห้องนี้ต่างหาก

 

 

ในเมื่อไม่อยากเป็นที่สนใจมากกว่านี้ แทยังก็เดินออกจากห้องไป เพื่อเปลี่ยนชุดทำงานที่ห้องน้ำ โดยระหว่างที่จะเดินผ่านเพื่อนร่างบาง เขาก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองเพื่อนร่างบางของเขาที่เขินให้กับคนร่างสูงตรงหน้านี้ด้วย

 

จียงมองแทยังที่เดินออกไปอย่างไม่เข้าใจ แทยังจ้องมองเขาอย่างกับคาดโทษ เขาทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องมามองหน้ากันแบบนี้....

 

 

ฉันไปทำอะไรให้หมอนั้นโกรธหรือเปล่า

 

ไม่รู้เหมือนกันฮ่ะ เดี๋ยวผมขอตัวไปเก็บของก่อน

 

อืม

 

 

ซองมินยืนมองจียงที่เดินผ่านเขาไปยังล๊อกเกอร์ แล้วก็หันกลับมามองประตูที่หนักงานร่างหนาเพิ่งปิดมันไป

 

 

 

 

 

มีอะไรสนุกๆ ให้เล่นแล้วสิ....

 

 

 

 

 

ไม่เพียงแค่คิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ยังปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของคนที่ชื่อว่าโจ ซองมินอีกด้วย

 

 

 

 

~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~

 

 

 

 

ปัง!!

 

เสียงเปิดและปิดประตูอย่างรวดเร็ว ทำให้จินนี้ที่นั่งอยู่บนขอบระเบียงบ้านของซึงรีรู้ว่าเจ้านายตัวเล็กของเขามาอยู่ที่ห้องนอนแล้ว

 

วันนี้สีหน้าของเจ้านายตอนเดินมาที่หน้าประตูหน้าบ้าน ดูท่าจะไม่ดีเหมือนกับว่าเจ้านายตัวเล็กของเขามีเรื่องไม่สบายใจให้ต้องคิด

 

 

หวัดดีเจ้านาย จินนี้ยิ้มทักทายทันทีที่เจ้านายเปิดผ้าม่านออกมา และเจ้านายของเขาก็ยิ้มตอบ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงถึงความดีใจที่ได้เห็นหน้าเขาเลย มันเป็นเพียงแค่ยิ้มทักตอบมาส่ง ๆ ก็เท่านั้น

 

พี่มานั่งทำอะไรตรงนี้เหรอฮ่ะ เจ้านายของเขาเปิดหน้าต่างออกมาเพื่อจะถามเขา

 

ก็มารอเจ้านายไง คำตอบของจินนี้ทำให้คนฟังต้องทำหน้าสงสัย

 

รอซึงรี? รอทำไมฮ่ะ

 

ไม่รู้สิ พอดีไม่มีอะไรทำ ก็เลยมานั่งรอเจ้านายเล่น

 

เป็นคนในตะเกียงนี้ดีจังเลยนะฮ่ะ วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร

 

นี้! เจ้านาย จินนี้เรียกเจ้านายของเขาแล้วก็กระโดดลงจากระเบียงเพื่อเดินมายังหน้าต่าง เขายืนอยู่ตรงหน้าเจ้านายตัวเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองข้าง ไปกุมแก้มของเจ้านายไว้ เหมือนกับที่เขาทำเมื่อคืนวาน

 

ฉันบอกเจ้านายแล้วไง ว่าให้มองฉันเป็นคนปกติทั่วไป ไม่ใช่คนในตะเกียง เจ้านายจำไม่ได้เหรอ

 

.... ซึงรีไม่ได้ตอบคำถามออกมา เขาเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ เพื่อยืนยันว่าเขายังจำได้ดีถึงประโยคเมื่อวานที่จินนี้บอกกับเขาไว้

 

จำได้ก็ดี แล้วทีหลังอย่าพูดอะไรเหมือนกับว่าฉันไม่ใช่คนปกติทั่วไปอีกล่ะ 

 

....ซึงรีก็ยังคงไม่ได้ตอบอะไร เขาเอาแต่จ้องหน้าจินนี้ที่พูดกับเขา และก็ดูเหมือนจินนี้เองก็ไม่ได้ต้องการคาดคั้นเอาคำตอบจากเขาเหมือนกัน

นี้เจ้านาย...ฉันขอเข้าไปนั่งเล่นในห้องได้มั้ย

 

.... และนี้ก็ยังคงเป็นอีกครั้งที่ซึงรีไม่ได้ตอบอะไร เขาได้แต่พยักหน้าแล้วก็เดินไปเปิดประตูเพื่อให้คนนอกห้องได้เดินเข้ามาในห้องตามคำขอ

 

นี้... เจ้านาย จินนี้เรียกเจ้านายหลังจากที่นั่งลงบนเตียงของเจ้านาย.... เจ้านายตัวเล็กของเขากำลังยืนพิงอยู่กับโต๊ะเขียนหนังสือแล้วหันหน้ามามองเขา

 

.... แล้วภายในห้องเกิดความเงียบ เมื่อคนถูกเรียกไม่ขานตอบ และคนเรียกก็ไม่ยอมพูดอะไรต่อ

 

นายเป็นใบ้เหรอไง คำพูดแรกที่หลุดออกมาหลังจากเงียบไปสักพัก เป็นคำพูดของคนเรียก จินนี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิด ที่ถามอะไรซึงรีก็ไม่ตอบ เรียกไป ซึงรีก็ไม่ขานรับ

 

อ้าว.... พี่จินนี้มาว่าซึงรีทำไมเนี่ย

 

ก็นายเอาแต่เงียบทำไมเล่า! ตั้งแต่เมื่อกี้แหล่ะ นายก็เอาแต่พยักหน้า พอฉันเรียกนายก็ไม่ยอมพูด

 

ก็ซึงรีกำลังรอฟังพี่พูดต่ออยู่นี้ไง

 

แต่ฉันเรียกนายอยู่นะ นายก็ควรพูดสิ

 

แล้วพี่จะให้ซึงรีพูดอะไรล่ะฮ่ะ ก็พี่เป็นคนเรียกซึงรีนะ

 

ใช่ฉันเรียก แต่นายก็ควรพูดอะไรบ้างสิ

 

ก็ผมพูดอยู่นี้แล้วไง ซึงรีรู้สึกโกรธที่ถูกจินนี้กวนประสาทใส่ แต่แล้วความโกรธก็แปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย เมื่ออยู่ดี ๆ จินนี้ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้ยังเถียงกับเขาอยู่

 

พี่ขำอะไร

 

หน้านายตอนโกรธนี้ตลกชะมัด

 

สนุกนักเหรอไง ได้แกล้งซึงรี

 

อืม ก็สนุกดี

 

รู้งี้ไม่น่าเปิดประตูให้เข้ามาเลย น่าจะให้นั่งอยู่ข้างนอกนั้นแหล่ะ ซึงรีบ่นพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ตรงโต๊ะหนังสือที่ตัวเองยืนอยู่ มานั่งลงและหันหลังให้จินนี้ ทำเป็นไม่สนใจ

 

นี้ เจ้านายน้ำเสียงที่เรียกฟังดูแผ่วเบา เหมือนรู้สึกผิด ในการกระทำของตัวเอง จินนี้มองดูแผ่นหลังของคนที่นั่งหันหลังให้ก็พอจะรู้ว่าเจ้านายตัวเล็กของเขากำลังโกรธเขาอยู่

 

อะไร!”

 

ฉันเรียกดี ๆ ทำไมต้องมาตวาดด้วยเล่า

 

ซึงรีไม่ได้ตวาด ก็แค่ขานรับ เดี๋ยวไม่ขานรับ พี่จินนี้ก็หาว่าซึงรีเป็นใบ้อีก แล้วนี้เรียกซึงรีมีอะไร อยากจะหาเรื่องอะไรอีกเหรอไงซึงรีเอี้ยวตัวเพื่อหันไปมองจินนี้ที่ตอนนี้ลงจากเตียง ลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างหลังเขา

 

วันนี้เราจะพูดกันดี ๆ ไม่ได้เลยเหรอไง เจ้านาย....

 

ซึงรีพูดดีแล้ว มีแต่พี่นั่นแหล่ะ ที่พูดกวนประสาท

 

ฉันไม่ได้กวนประสาทนายสักหน่อย ฉันก็แค่เห็นนายเครียด ๆ เลยหาเรื่องแหย่เล่นเพื่อให้นายลืมเรื่องเครียด ก็เท่านั้นเอง

 

เหรอ แล้วทำไมซึงรีกลับรู้สึกว่ามันเครียดกว่าเก่าล่ะซึงรีพูดพร้อมจ้องไปที่ตาของพี่จินนี้ ตอนนี้สีหน้าพี่จินนี้ดูไม่สู้ดีหนัก สายตาเขาบ่งบอกว่ารู้สึกผิดจริง ๆ ที่ทำให้ซึงรีโกรธ

 

ขอโทษ.... ก็แค่อยากทำให้นายหายเครียด ไม่คิดว่านายจะเครียดมากไปกว่าเก่า ขอโทษจริง ๆ จินนี้พูดจบก็หวังจะเดินออกจากห้อง แต่ทว่ามือเล็ก ๆ ของเจ้านาย กลับมาฉุดแขนเขาไว้

 

ไหนบอกว่าจะทำให้หายเครียดไง แล้วจะหนีไปไหน

 

ก็นายบอกว่าฉันทำให้เครียดมากกว่าเก่า แล้วจะให้ฉันอยู่ทำไม สู้ฉันเดินออกไปให้นายอยู่คนเดียวไม่ดีกว่าเหรอ

 

ก็ถ้าพี่อยากทำให้ซึงรีหายเครียดจริง ๆ พี่ก็อยู่กับซึงรีสิ

 

แล้วถ้าฉันอยู่กับนาย นายจะไม่เครียดมากไปกว่าเก่าเหรอ

 

.... ซึงรีไม่ได้ตอบออกมา เขาเพียงแต่ส่ายหน้าเบา ๆ....

 

 

ซึงรีเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าอยู่กับพี่จินนี้แล้ว มันจะไม่เครียดมากไปกว่าเก่า แต่อย่างน้อย ตอนที่เขาอยู่กับพี่จินนั้น เขาก็สามารถลืมเรื่องของพี่แทยังไปได้สนิท อาจเป็นเพราะพี่จินนี้ช่วยเขาไว้จริง ๆ ช่วยให้เขาเครียดเรื่องอื่น แทนจนลืมเรื่องของพี่แทยังไป

 

 

 

 

<<<<<<<<<< ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ >>>>>>>>>>

 

 

 

Talk: ไม่รู้จะพูดอะไรเอาเป็นว่าขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นจ้า

GENIE#2

posted on 09 Sep 2009 16:01 by welovetoptory

 

 

 

Title: GENIE
Cast: TOPTORY[YBGD&SMDS]
Rate: PG
Author: ugra

 

 

<<<<<<<<<< ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ >>>>>>>>>>

 

 

ตอนที่ 2

 

บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารในตอนเช้า ช่างดูอบอุ่น เมื่อพ่อ แม่ และซึงรีต่างลงมากินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อยครั้งนัก เพราะปกติพ่อของเขาชอบไปทำงานที่ต่างจังหวัง และก็มักพาแม่ไปด้วยบ่อย ๆ ดังนั้นอาหารเช้านี้ถือว่าเป็นอาหารที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจมากเลยทีเดียว

 

 

แม่ฮ่ะ คือ.... แม่เอาตะเกียงไปไว้ในห้องผมเหรอฮ่ะซึงรีเริ่มเปิดประเด็นการคุยที่โต๊ะอาหาร โดยเขาเลือกที่จะถามในสิ่งที่เขาสงสัยมากที่สุดของเช้านี้ หลังจากที่พบเจอตะเกียงวิเศษเมื่อคืน แล้วก็ทำให้เขาเห็นคนในตะเกียง

 

ใช่จ๊ะ ก็เมื่อวานตอนอาหารเย็น แม่เห็นมันตั้งเกะกะอยู่บนโต๊ะ แล้วลูกก็ไม่เก็บซักที แม่เลยยกขึ้นไปไว้บนห้องลูกอ่ะจ๊ะ

 

อืมมม ฮ่ะคำตอบของแม่ทำให้ซึงรีหายสงสัยว่าเมื่อคืนตะเกียงมันมาอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือห้องเขาได้ไง แต่แล้วคำถามของพ่อก็ทำให้เขาต้องตอบไม่ถูก

 

แล้วใครเขาเอาตะเกียงมาให้ลูกเหรอ

 

เอ่อ....ผมก็ไม่รู้เหมือนกันฮ่ะ

 

อ้าว แล้วไปรับของเขามาอย่างนี้จะดีเหรอลูก

 

มันก็ไม่ดีหรอกฮ่ะพ่อ แต่ผมไม่รู้ว่าจะเอาไปคืนที่ไหน

 

 

ใช่แล้ว....ซึงรีไม่รู้ว่าเขาจะเอาตะเกียงวิเศษนี้ไปคืนกับเจ้าของได้ที่ไหน ในเมื่อเจ้าของเอามาให้เขาถึงบ้าน ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน แล้วเขาจะไปรู้จักบ้านของเจ้าของตะเกียงคนนี้ได้อย่างไร แล้วเขาจะเอาไปคืนได้ที่ใด ซึงรีไม่อาจรู้ได้

................................

.......................

...............

......

.

 

อาหารมือเช้าจบลงด้วยการที่พ่อขอตัวไปทำงานก่อนเพราะกลัวว่าจะสาย ซึงรีเองที่เพิ่งอิ่มก็เก็บจานชามที่อยู่บนโต๊ะมาล้างเพราะมันเป็นหน้าที่หลักของเขาอยู่แล้ว ที่ต้องมาล้างจานหลังอาหารทุกมื้อ

 

 

แม่ฮ่ะ ผมไปมหาลัยก่อนนะ หลังจากล้างจานเสร็จ ซึงรีก็เดินมาหยิบเป๋ที่วางอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะอาหาร โดยไม่ลืมบอกลาคุณแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา

 

จ้า เดินทางดี ๆ นะลูก

 

ฮ่ะ

 

 

ซึงรีรับคำ ก่อนจะเปิดประตูบ้านออกมา เพื่อเดินทางไปมหาลัยตามที่ได้บอกเอาไว้กับผู้เป็นแม่ แต่ทันทีที่ขาทั้งสองข้างของเขาก้าวพ้นจากขอบประตูบ้าน เขาก็หันไปเห็นผู้ชายร่างสูง ที่มีหน้าตาคุ้นตา แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร ผู้ชายคนนั้นกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูข้าง ๆ บ้านที่ติดกับบ้านของเขา บ้านที่เพิ่งมีคนย้ายมาอยู่ใหม่

 

 

หวัดดีซึงฮยอน ผู้ชายร่างสูงทักทายซึงรี ทันทีที่หันมาเห็นซึงรีเดินออกมาจากประตู้บ้าน

 

เอ่อ....หวัดดีฮ่ะ ซึงรีกล่าวทักทายตอบ ทั้ง ๆ ที่ยังแปลกใจกับผู้ชายร่างสูงที่มารู้จักชื่อของเขา แถมชื่อที่ใช้เรียกเขานั้นยังเป็นชื่อตอนเด็ก ๆ ที่นอกจากพ่อแม่แล้วก็แทบจะไม่มีใครเรียกเขาด้วยชื่อนี้อีกแล้ว นอกซ่ะจากคนที่จะรู้จักกับเขาตอนเด็ก ๆ

 

จำพี่ได้มั้ย

 

.... ซึงรีไม่ได้ตอบ เขากัดปากล่างทำหน้าคุ้นคิด แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เขาเลยได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจำไม่ได้จริง ๆ

 

 

ในตอนนี้ซึงรีรู้สึกผิดที่จำผู้ชายร่างสูงตรงหน้านี้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เขาคนนั้นรู้จักซึงรี แต่จะให้ซึงรีมานึกตอนนี้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เขาก็นึกไม่ออกจริง ๆ

 

 

พี่ไง...โจ ซองมิน คนที่เคยอยู่บ้านนี้ เป็นเพื่อนเล่นกับนายตอนเด็ก ๆ ไง ผู้ชายร่างสูงแนะนำตัวเองให้กับซึงรี พร้อมกับชื่อไปยังบ้านที่เขายืนอยู่ตรงหน้าประตู

 

พี่ซองมิน!” ซึงรียิ้มดีใจเมื่อเห็นเพื่อนรุ่นพี่ในวัยเด็กอีกครั้ง ตอนนี้เขานึกออกแล้วว่าผู้ชายร่างสูงคนนี้เป็นใคร

 

 

ซึงรียังจำได้ดีในตอนเด็ก ที่เขาอายุเพียง 7 ขวบ พี่ซองมินมาบอกว่าต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น ในตอนนั้นเขาร้องไห้อย่างหนักเพราะไม่อยากให้พี่ซองมินไป ก็พี่ซองมินของเขาทั้งใจดีและดูแลเขาเป็นอย่างดีจนเขาติดพี่ซองมินมากกว่าติดพ่อแม่ซ่ะอีก

 

 

แล้วนี้พี่ย้ายมาอยู่ที่เดิมแล้วเหรอฮ่ะซึงรีรีบวิ่งไปหาพี่ชายในวัยเด็กถึงหน้าบ้านที่ซองมินยืนอยู่

 

อืม พอดีพี่ได้ข่าว ว่าเจ้าของบ้านเขาประกาศขาย ก็เลยมาซื้อต่อ

 

อืมมม แล้วพ่อแม่พี่ละฮ่ะ

 

พ่อแม่ฉันเหรอ เขาก็อยู่ที่บ้านหลังใหม่นั้นแหล่ะ มีแค่ฉันคนเดียวที่ย้ายกลับมาอยู่ที่นี้

ฉันชอบบ้านหลังนี้ บ้านที่ฉันอยู่เมื่อตอนเด็ก ๆ บ้านหลังแรกที่ฉันอยู่  แล้วข้างบ้านก็มีนาย ฉันเสียดาย หากบ้านหลังนี้จะตกเป็นของคนอื่น ฉันก็เลยซื้อมันไว้ แล้วมาอยู่คนเดียว

 

อืมมม งั้นกางเกงที่ซึงรีเห็นเมื่อวานก็คงเป็นกางเกงพี่สินะซึงรีพูดเสียงเบาเพราะเขาไม่ได้อยากจะให้ซองมินได้ยินมันอยู่แล้ว เขาก็แค่นึกถึงเสื้อผ้าที่ตากอยู่ระเบียงข้างบ้านเมื่อเย็นวาน

 

ว่าแต่นายกำลังจะไปเรียนเหรอ

 

ฮ่ะ

 

อืม ฉันก็กำลังจะไปทำธุระที่หน้าปากซอยพอดี เดินไปด้วยกันนะ

 

ฮ่ะซึงรียิ้มให้ซองมินอีกครั้ง พร้อมกับซองมินที่เอามือยกขึ้นมาพาดบ่าเขาไว้ แล้วก็เดินไปด้วยกัน

 

 

 เช้านี้ตลอดการเดินทางมาขึ้นรถเมลล์ที่หน้าปากซอย มันช่างทำให้ซึงรีมีความสุข เขากับซองมินเดินคุยกันมาตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหม่ หรือเรื่องเก่าที่พวกเขาขุดขึ้นมาพูดกัน จนทำให้ซึงรีลืมเรื่องประหลาดที่มันเกิดขึ้นกับเขาเมื่อตอนเช้าไปเลย

 

 

 

 

~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~

 

 

 

 

เช้านี้ซึงรีมามหาลัยด้วยรอยยิ้มที่สดใสหลังจากเจอเพื่อนรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอมานาน เขาเดินเข้ามาในห้องเรียน แล้วก็เห็นเพื่อนคนสนิทโบกมือให้พร้อมกับยิ้มจนตาหยีเพื่อเป็นการทักทายในตอนเช้า

 

 

หวัดดี แดซองพูดทักทายซึงรีทันที ที่เห็นเพื่อนตัวเล็กคนนี้เดินเข้ามาใกล้กับเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่

 

หวัดดีแดซอง ซึงรีหันไปตอบเพื่อนร่างหนา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง

 

นี้ ซึงรีเมื่อคืนนายดูโดเรมอนตอน ลาก่อนโดเรมอนหรือเปล่า

 

เปล่าอ่ะ เมื่อวานฉันเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว

 

ว้า~ น่าเสียดายจัง ตอนเมื่อคืนนะสนุกมาก ๆ แถมมันก็ซึ้งมาก ๆ ด้วย เล่นอาฉันเสียน้ำตาไปหลายลิตรเลย

 

เวอร์น่า นายนี้ท่าจะบ้า โตป่านนี้ยังชอบอะไรเป็นเด็ก ๆ อีก

 

ก็ฉันชอบนิ พี่โดเรมอนของฉันนนนนน แดซองหันไปบอกกับเพื่อนร่างเล็ก ก่อนจะก้มลงมามองพวงกุญแจโดเรมอนรุ่นล่าสุดที่เขาถืออยู่ในมือ แล้วก็ยกมันขึ้นมาจูบ

 

 

ซึงรีหันไปมองแดซองที่จูบพวงกุญแจ แล้วก็ต้องส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการรักโดเรมอนขั้นเทพของเพื่อน ก่อนจะก้มลงมามองหนังสือการ์ตูนที่วางอยู่บนโต๊ะของแดซอง และมันก็เรียกร้องความสนใจจากสายตาของซึงรีได้มากเลยทีเดียว

 

 

 

 

อาละดิน กับ ตะเกียงวิเศษ......

 

 

 

 

ทันทีที่เห็นชื่อของหนังสือการ์ตูนบนโต๊ะแดซอง มันก็ทำให้ซึงรีนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อคืนและเมื่อเช้านี้ ตะเกียงวิเศษที่มีคนออกมา.....

 

 

นี้ แดซอง

 

หืม?” แดซองละสายตาจากพวงกุญแจโดเรมอน เพื่อหันมามองซึงรีที่เรียกเขาไว้

 

นายยังเชื่อยู่มั้ย ว่าโลกนี้มีตะเกียงวิเศษอยู่จริง

 

ไม่อ่ะ

 

เอ๊ะ!?” ซึงรีรู้สึกแปลกใจในคำตอบของเพื่อนร่างหนา ก็เมื่อวานนี้ไอ้เพื่อนคนนี้มันยังเชื่ออยู่เลยว่าตะเกียงวิเศษมีอยู่จริง แต่ทว่าวันนี้กลับเปลี่ยนใจไม่เชื่อซ่ะแล้ว

นายไม่เชื่อแล้วเหรอ เมื่อวานนี้นายยังเชื่ออยู่เลยนะ ว่าตะเกียงวิเศษมีอยู่จริง

 

เมื่อวานมันก็เมื่อวานสิ วันนี้ฉันไม่เชื่อแล้ว

 

แล้วถ้าวันนี้ซึงรีบอกว่าตะเกียงวิเศษมันมีอยู่จริง นายจะหันมาเชื่อมั้ย

 

ฉันก็ไม่เชื่อเหรอ อย่างที่นายบอกไว้เมื่อวาน ถ้าตะเกียงวิเศษมีอยู่จริง ป่านนี้ก็คงมีโดเรมอนมาให้ฉันเห็นแล้ว

 

แต่ตะเกียงวิเศษมันมีอยู่จริง ๆ นะ ซึงรีพยายามยืนยันให้เพื่อนร่างหนาหันมาเชื่อว่าตะเกียงวิเศษมันมีอยู่จริง อย่างที่เขาบอก....ก็มันมีอยู่จริง ๆ นิ ซึงรีเห็นมาแล้วกลับตา

 

นายนี้ท่าจะบ้า เมื่อวานบอกตะเกียงวิเศษไม่มีอยู่จริง แต่วันนี้ดันมาบอกว่ามันมีจริง

นายบ้าหรือเปล่าเนี่ยซึงรี

 

ซึงรีไม่ได้บ้านะ ตะเกียงวิเศษมันมีจริง ๆ เพียงแต่ไม่ใช่ยักษ์ที่อยู่ในตะเกียงแต่มันเป็นคน

 

คนเนี่ยนะ!!!” แดซองพูดเสียงดัง ทำให้เพื่อน ๆ ในห้องเริ่มหันมามองที่พวกเขาสองคน

 

ชู่วววววววว ซึงรียกนิ้วชี้ขึ้นมาปล้องปาก พร้อมกับทำเสียงให้แดซองพูดเบา ๆ ก่อนที่เขาสองคนจะเป็นที่สนใจของเพื่อนในห้องมากไปกว่านี้

 

นายนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ  ฉันว่านายไปหาหมอสักหน่อยก็ดีนะ ซึงรี

 

ซึงรีไม่ได้บ้าจริง ๆ นะ.... ตะเกียงวิเศษมันมีอยู่จริง แล้วมันก็อยู่ที่บ้านฉันด้วย

 

บ้านนายเนี่ยนะ

 

ใช่

 

งั้นเย็นนี้ฉันขอไปดูตะเกียงวิเศษที่บ้านนายหน่อยละกัน ถ้ามันไม่มีจริง ๆ นะ นายเตรียมตัวไปพบหมอได้เลย

 

ได้ โอเคเลย ถ้ามันไม่มีตะเกียงวิเศษจริง ๆ ฉันจะไปพบจิตแพทย์เลย ซึงรีรับคำแดซองอย่างมั่นใจก็บ้านเขามันมีตะเกียงวิเศษอยู่จริง และในตะเกียงนั้นก็มีคนอยู่จริง ๆ แถมคน ๆ นั้นก็ยังคุยกับซึงรีอยู่เมื่อเช้า แล้วเขาจะกลัวอะไรกับที่แดซองพูดในเมื่อตะเกียงวิเศษมันมีอยู่จริง

................................

.......................

...............

......

.

 

ตกเย็นหลังเลิกเรียน แดซองก็ตามซึงรีมาที่บ้าน แต่ก่อนจะเดินเข้าซอยบ้าน ซึงรีก็ขอแวะที่ร้าน ‘Bekery VIP’ ซ่ะหน่อย โดยให้เหตุผลในการเข้าร้านขนมนี้ว่า ที่บ้านไม่มีอะไรกิน เลยต้องพามาแวะกินกันก่อนที่จะเข้าบ้าน แต่แดซองเองก็รู้ดีว่าที่เพื่อนสนิทของเขาแวะร้านนี้นั้น ก็เพื่อจะมาหารุ่นพี่แทยังคนที่เพื่อนสนิทตัวเล็กของเขาคนนี้แอบชอบ

 

 

รับอะไรดี วันนี้ ทันทีที่ซึงรีกับแดซองหาที่นั่งได้ พนักงานร่างหนาก็เดินออกจากเคาท์เตอร์มายื่นเมนูรายการอาหารให้กับลูกค้าทั้งสองคน พร้อมกับทำหน้าที่เป็นพนักงานที่ดี มารับออเดอร์จากลูกค้า

 

ซึงรีขอเค้กช็อกโกแลตกับนมจืดอุ่น ๆ ที่หนึ่งฮ่ะซึงรีสั่งของที่ตัวเองกินเป็นประจำทุกวัน โดยไม่ได้เปิดเมนูที่พนักงานร่างหนายื่นมาให้นั้นเลย

 

ส่วนผมขอโกโก้แก้วหนึ่งกับขนมปังกรีนทรีละกันฮ่ะ แดซองสั่งอาหารที่ตัวเองอยากกินเสร็จก็ปิดเมนูพร้อมกับยื่นมันกลับคืนไปให้พนักงานร่างหนา โดยไม่ลืมส่งยิ้มไปให้กับพนักงานร่างหนาคนนั้นด้วย

 

ไม่เห็นหน้านานเลยนะแดซอง หลังจากจดรายการอาหารที่ลูกค้าสั่งเสร็จ พนักงานร่างหนาก็เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับลูกค้าตาตี่ที่เขารู้จักเป็นอย่างดี ถึงจะไม่สนิทกัน แต่เขาก็เป็นลูกค้าประจำ ที่พนักงานอย่างเขาจะพูดคุยด้วยได้

 

ฮ่ะ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่าง ก็เลยไม่ค่อยได้มา ไม่เหมือนกับรายนั้น ถ้ามาร้านนี้ล่ะก็ว่างตลอดแดซองตอบพนักงานร่างหนาโดยไม่ลืมเหน็บแหนมเพื่อนคนสนิทของเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปด้วย

 

อะไร ซึงรีไม่ได้ว่างมาร้านนี้ตลอดสักหน่อยคนถูกเหน็บรีบเถียงกลับทันที

 

แต่ถ้าว่างมาบ่อย ๆ พี่ก็ดีใจนะ พนักงานร่างหนาหันไปบอกซึงรีก่อนจะเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์ เพื่อเตรียมอาหารตามที่ลูกค้าสั่ง

 

นี้ นายได้ยินที่พี่แทยังพูดมั้ย เขาดีใจด้วย ถ้านายได้มาที่นี้บ่อย ๆ หลังจากที่พนักงานร่างหนาเดินไป แดซองก็รีบหันมาพูดกับเพื่อนสนิททันที ด้วยท่าทางที่ดูจะตื่นเต้น ก็คนที่เพื่อนสนิทเขาแอบชอบ มาบอกดีใจ ที่ได้เห็นเพื่อนของเขามาที่ร้านนี้บ่อย ๆ มันก็น่าตื่นเต้น และดีใจไม่ใช่เหรอ ที่อย่างน้อยความรักของเพื่อนเขา ก็พอจะมีหวังอยู่บ้าง

 

อืม ซึงรีตอบพร้อมกับพยักหน้าเพื่อบอกว่าเขาได้ยินที่แทยังพูดอย่างชัดเจน และมันก็ชัดเจนมากจนทำให้เขารู้สึกเขินขึ้นมา

 

 

ซึงรีก้มหน้าอมยิ้มด้วยความอาย ที่พี่แทยังบอกว่าดีใจที่เขามาที่นี้บ่อย ๆ เขาขอคิดเขาข้างตัวเองได้มั้ย ว่าความรักของเขาครั้งนี้มันพอมีหวังที่จะสมหวัง

 

 

น่าอิจฉาชะมัดเลย~” แดซองมองซึงรีที่นั่งเขินแล้วก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาดื้อ ๆ เขารู้สึกน้อยใจต่ำใจในชะตาชีวิตของตัวเองเหลือเกินที่ไม่มีใครมาทำให้เขาได้รู้สึกเขินแบบนี้บ้าง

 

แดซอง อิจฉาซึงรีเหรอคำพูดของแดซองทำให้ความรู้สึกเขินของซึงรีหายไปจนหมด แต่กลับมีความสงสัยเข้ามาแทน เพื่อนของเขาอิจฉาอะไรเขา และอิจฉาทำไม เขาไปทำอะไรให้น่าอิจฉา 

 

ก็ใช่นะสิ ฉันไม่มีใครมาทำให้เขินแบบนี้นิ

 

นายก็หาใครสักคนมาทำให้เขินสิ

 

หึแดซองพ้นลมขำออกมา กับคำพูดของเพื่อนสนิท ก่อนที่จะพูดประโยคถัดมาที่ฟังดูแล้วเหมือนน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของเขา

นายก็พูดเหมือนกับว่ามันหาง่ายอย่างนั้นแหล่ะ.... จะมีใครที่มาชอบคนหน้าตาอย่างฉัน ฉันไม่ได้น่ารักเหมือนนายนะ จะได้มีคนมาชอบเยอะแยะ

 

ใครบอกว่านายไม่น่ารัก คิดมากน่า คนมาชอบนายก็มีเยอะแยะ มีแต่นายนั้นแหล่ะที่ไม่คิดจะชอบใคร

 

 

แดซองมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงข้าม สิ่งที่เพื่อนเขาพูดนั้นมันถูกหมด เขาเองไม่เคยคิดที่จะชอบใคร หรือรักใครอีกเพราะเขากลัวที่จะผิดหวัง และก็กลัวที่จะเจ็บ เหมือนกับรักครั้งก่อน 

 

 

 

 

~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~

 

 

 

 

ถ้าฉันไปถึงบ้านนายแล้วไม่มีตะเกียงวิเศษนะ นายโดนแน่ ซึงรี.... แดซองเดินบ่นเพื่อนตัวเองมาตลอดทางเดินเข้าซอยบ้านของเพื่อนคนสนิท

 

 

หลังจากที่กินขนมที่ร้าน ‘Bekery VIP’ เสร็จ พวกเขาทั้งสองคน ก็ตรงดิ่งเข้าซอยบ้านของซึงรีทันที

 

 

บ้านฉันมีตะเกียงวิเศษจริง ๆ

 

แต่ถ้ามันไม่มีจริง นายจะทำให้ฉันเสียเวลาในการทำการบ้าน แล้วยังทำให้ฉันเสียเวลาที่ต้องเดินทางมาบ้านนายอีกนะ

 

มาบ้านซึงรีแล้วมันเสียเวลาตรงไหนล่ะ....การบ้านนายก็ทำที่บ้านซึงรีก็ได้นิ ซึงรีหันมาว่าเพื่อนตัวหนา ก่อนจะหันหน้าไปเดินต่อ แล้วเขาก็เห็นพี่ชายข้างบ้านที่เพิ่งเดินออกจากบ้านมา กำลังเดินมาทางที่เขากับแดซองเดินอยู่

 

กลับมาแล้วเหรอ ซึงฮยอน ซองมินกล่าวทักทายซึงรีทันทีที่เห็นรุ่นน้องคนสนิทเดินเข้ามาใกล้ ๆ

 

ฮ่ะ แล้วนี้พี่จะไปไหนเหรอฮ่ะ

 

พี่ว่าจะออกไปหาอะไรกินแถวหน้าปากซอยซ่ะหน่อย ไปด้วยกันมั้ย เดี๋ยวพี่เลี้ยง

 

ไม่ละฮ่ะ ซึงรีกินมาแล้ว

 

อืมมม แล้วนี้.... ซองมินไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่หันไปมองหน้าแดซอง แดซองก็ตอบคำถามที่เขาสงสัยออกมาทันที โดยไม่ต้องถาม

 

ผม แดซอง เป็นเพื่อนกับซึงรี ยินดีที่ได้รู้จักฮ่ะ แดซองแนะนำตัวกับซองมิน พร้อมกับส่งยิ้มที่ไม่เห็นลูกกะตาให้เป็นการทักทาย

 

น่ารักดีแหะ ซองมินยกมือขึ้นมาลูปหัวแดซองเบา ๆ พอให้ผมได้เสียทรง ก่อนจะแนะนำตัวเองให้แดซองได้รู้จัก

ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่ชื่อซองมิน เป็นเพื่อนเล่นกับซึงฮยอนตอนเด็ก ๆ

 

ฮ่ะ แดซองก้มหน้าลงต่ำ หลังจากเห็นหน้าซองมินตอนลูปผมเขาเล่น

 

 

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จัก แต่แดซองก็รู้สึกว่าไม่กล้ามองหน้าซองมินที่มายืนใกล้ ๆ แบบนี้ และเพียงแค่ได้รับคำชมว่าน่ารัก เขาก็รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่มันสูงขึ้น บริเวณหน้าของเขา

 

 

งั้นพี่ไปหาไรกินก่อนนะ เดี๋ยวขากลับจะซื้อขนมมาฝาก ซองมินหันไปบอกกับซึงรี พร้อมกับจับไปที่ไหล่ของรุ่นน้องตัวเล็กคนนี้

 

ฮ่ะ ซึงรียิ้มให้ซองมิน พร้อมกับมองซองมินที่เดินออกไป

 

พี่เขาเป็นเพื่อนเล่นกับนายตอนเด็กเหรอ ทำไมนายไม่เคยแนะนำให้ฉันรู้จักมาก่อนเลยล่ะเพียงแค่ซองมินเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว แดซองก็เงยหน้าขึ้นมาถามคำถามกับเพื่อนร่างเล็กทันที

 

อืม พี่ซองมินเป็นเพื่อนเล่นกับซึงรีตอนเด็ก แล้วพอดีพี่เขาย้ายไปอยู่ที่อื่น เพิ่งย้ายกลับมา ซึงรีก็เลยไม่ได้แนะนำให้นายรู้จัก แต่ตอนนี้นายก็รู้จักเขาแล้วนิ

 

อืม

 

ทำไม สนใจพี่เขาเหรอ

 

ป่าวซ่ะหน่อย ก็แค่ถามเฉย ๆ รีบไปบ้านนายดีกว่าฉันอยากเห็นตะเกียงวิเศษของนายจะแย่แล้ว แดซองพูดเปลี่ยนเรื่อง พร้อมกับเดินนำมาที่บ้านซึงรี โดยมีซึงรีเดินตามมาไม่ห่าง

................................

.......................

...............

......

.

 

หวัดดีฮ่ะ คุณป้า แดซองกล่าวทักทายคุณแม่ของซึงรี หลังจากเดินเข้ามาในบ้านของซึงรีแล้ว เขาก็เห็นแม่ของซึงรีกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา

 

อ้าว หวัดดีจ๊ะแดซอง แม่ของซึงรีละสายตาจากทีวี เพื่อหันมามองเพื่อนสนิทของลูกชายเธอ ซึ่งกำลังยิ้มตาหยีให้เธออยู่ตอนนี้

 

แม่ฮ่ะ เดี๋ยวซึงรีกับแดซองขึ้นไปอยู่ข้างบนกันนะฮ่ะ ซึงรีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แดซอง ส่งยิ้มให้คุณแม่เพื่อเป็นการทักทายหลังจากกลับมาจากโรงเรียน

 

จ้า ตามสบายเลย เดี๋ยวแม่เอาขนมไปให้กินแม่ซึงรียิ้มบาง ๆ ไปให้ลูกชาย โดยไม่ลืมเผื่อแผ่รอยยิ้มไปให้เพื่อนคนสนิทของลูกเธอด้วย

 

ฮ่ะ ขอบคุณฮ่ะ

 

ผมขอตัวก่อนนะครับแดซองก้มหัวเพื่อขอตัว แล้วก็เดินตามเพื่อนร่างบางที่เดินนำขึ้นไปบนห้องของตัวเอง

 

 

หลังจากเดินขึ้นบันไดมา พวกเขาทั้งสองคนก็เจอกับห้องสี่ห้องที่หันหน้าเข้าหากันกัน ซึ่งซึงรีเองก็เดินนำไปที่ห้องแรกฝั่งซ้ายมือซึ่งเป็นห้องของตัวเอง ที่ประตูหน้าห้องมีป้ายเขียนว่า อี ซึงฮยอนเป็นป้ายที่เขียนบอกไว้แสดงความเป็นเจ้าของห้อง

 

ซึงรีเปิดประตูสีขาวเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาโยนกระเป๋าเป๋ลงบนเตียงอย่างทุกวันที่เคยทำ แล้วก็เดินไปยังตะเกียงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือติดริมหน้าต่าง ก่อนจะหยิบตะเกียงขึ้นมาโชว์ให้กับเพื่อนร่างหนาที่ตอนนี้มานั่งอยู่บนขอบเตียงข้างหลังเขา

 

 

นี้ไง ตะเกียงวิเศษ ซึงรีถือตะเกียงไว้ด้วยมือเดียว แล้วก็ยื่นมันไปตรงหน้าเพื่อนร่างหนา

 

.... แดซองไม่พูดอะไร เพียงแต่หยิบตะเกียงวิเศษจากมือเพื่อนมาถือ แล้วก็พลิกไปพลิกมา เพื่อตรวจดูตะเกียงวิเศษใกล้ ๆ

อืม มันก็เหมือนตะเกียงในการ์ตูนอาละดินนะ แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะเป็นตะเกียงวิเศษ

 

ถ้านายไม่เชื่อ นายก็ถูสิ มันมียักษ์ อ่ะ! ไม่ใช่สิ มันมีคนอยู่ในนี้จริง ๆ นะ

 

ไม่อ่ะ นายถูดีกว่า แดซองรีบยื่นตะเกียงกลับไปให้ซึงรี ไม่ใช่ว่าเขากลัวจนไม่กล้าถูตะเกียง เพียงแต่เขาก็แค่ไม่อยากลองอะไรที่มันไม่เป็นเรื่องจริง ก็เท่านั้นเอง

 

นายนิ จะกลัวอะไรนักหนา

 

 

ซึงรียื่นมือไปหยิบตะเกียงจากเพื่อนร่างหนามาถือ จากนั้นเขาก็ถูมันเบา ๆ เหมือนอย่างที่เคยทำในตอนเช้า ก่อนที่จะวางมันลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ แล้วก็เดินไปนั่งหย่อนก้นบนเตียงข้าง ๆ กับที่เพื่อนร่างหนานั่งอยู่

 

สายตาของคนทั้งคู่จับจ้องไปที่ตะเกียงอย่างไม่ละสายตา พวกเขาจ้องมองตะเกียงโดยหวังว่าจะมีใครสักคนออกมาจากตะเกียง แต่จนแล้วจนรอดก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ตะเกียงก็ยังคงอยู่ที่เดิม บรรยากาศในห้องก็เงียบลงยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา

 

 

ไหนอ่ะซึงรี ยักษ์ ในตะเกียง ในที่สุดแดซองเป็นคนพูดขึ้นมาทำลายความเงียบซ่ะก่อน เพราะเขาหมดความอดทนกับการรอยักษ์ออกมาจากตะเกียง

 

ไม่ใช่ยักษ์ คน....คนในตะเกียงต่างหาก

 

นั้นแหล่ะ จะยักษ์หรือจะคน เมื่อไหร่เขาจะออกมาจากตะเกียงซักที

 

นายก็รออีกสักพักสิ เดี๋ยวเขาก็ออกมา ถึงปากจะบอกว่าออกมา แต่ลึก ๆ ในใจซึงรีก็หวั่น ๆ หวั่นที่จะหน้าแตกหากคนในตะเกียงไม่ออกมา แดซองได้มองว่าเขาเป็นคนบ้าแน่ ๆ

 

 

หลังจากฟังซึงรีพูดจบ แดซองก็เริ่มหันกลับไปสนใจที่ตะเกียงอีกครั้ง ในตอนนี้สายตาของคนทั้งคู่ยังคงจ้องมองไปที่ตะเกียง จ้องแล้ว จ้องอีก มันก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สักนิดเดียว

 

 

ซึงรี ฉันว่ามันไม่มีอะไรออกมาหรอก นี้นายคิดจะหาเรื่องโกหก เพื่อให้ฉันมาบ้านนายใช่มั้ยเนี่ย แดซองเริ่มจะหมดความอดทนอีกครั้ง คราวนี้เขาลุกขึ้นยืนข้างเตียง หันหน้ามาว่าเพื่อนตัวเอง ที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีสีหน้าผิดหวังเหมือนกันที่ไม่มีคนออกมาจากตะเกียง

 

แล้วซึงรีจะหาเรื่องพานายมาบ้านทำไมเล่า

 

ใครจะไปรู้ อยู่ดี ๆ นายอาจจะพิศวาศฉันขึ้นมาก็ได้

 

บ้าน่า

 

แล้วถ้านายไม่ได้หาเรื่องพาฉันมาบ้าน แล้วนายมาโกหกทำไมว่าบ้านนายมีตะเกียงวิเศษ หรือว่า.... แดซองหยุดพูดเว้นจังหวะให้ซึงรีได้ลุ้นระทึกกับประโยคถัดมาที่แดซองจะพูดต่อ

นายบ้าไปแล้ว

 

ซึงรีไม่ได้บ้านะ เมื่อวานตอนกลางคืนซึงรีก็ถูตะเกียงนี้ แล้วมีคนออกมาจริง ๆ แต่.... อ่ะ! จริงสิ ซึงรีหยุดพูดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เขาถูตะเกียง แล้วมีคนตกลงมาจากฟ้า เขาเลยลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเดินไปยังหน้าต่างที่มีผ้าม่านมาปิดกั้นไม่ให้เขาได้มองเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก

 

 

ซึงรียื่นมือไปจับผ้าม่านก่อนจะเปิดมันออกมาเพื่อมองไปยังระเบียง โดยหวังว่าจะเจอใครสักคน แต่สิ่งที่เห็นมันก็เป็นแค่ระเบียงที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เขาเปิดหน้าต่างที่เป็นกระจกใสออก แล้วชะโงกหัวออกไปมองดูรอบ ๆ แต่ก็ยังคงไม่เห็นอะไรอยู่ดี

 

 

นายมองอะไรของนาย แดซองที่เดินมาอยู่ข้าง ๆ ซึงรี พยายามมองออกไปนอกหน้าต่างตามที่ซึงรีมอง แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร

 

มองคนในตะเกียง

 

นายนี้ยังไม่เลิกบ้าอีกเหรอเนี่ย ฉันว่าว่าง ๆ นายไปเช็คสมองบ้างก็ดีนะ

 

ซึงรีไม่ได้บ้านะซึงรีหันมาตอบเพื่อนร่างหนา ที่ตอนนี้กำลังหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย

อ้าว แล้วนั้นนายจะไปไหน

 

กลับบ้านสิ ฉันไม่มีเวลาว่างมาอยู่เล่นที่บ้านนายหรอกนะ แต่ถ้านายอยากให้ฉันมาเล่นที่บ้านนายละก็ ไม่เห็นจำเป็นต้องแต่งเรื่องตะเกียงวิเศษนั้นมาเป็นข้ออ้างเลย แค่นายชวนฉันดี ๆ ฉันก็เต็มใจมาแล้ว แต่วันนี้ฉันไม่ว่างจริง ๆ ต้องไปหาข้อมูลมาทำรายงาน ฉันขอตัวกลับก่อนนะพูดจบเพื่อนร่างหนาก็เดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงค้านของเพื่อนร่างเล็กเลย

 

เดี๋ยวสิ ซึงรีพยายามจะเรียกรั้งตัวเพื่อนไว้ แต่ก็ไม่ทันซ่ะแล้ว เขาอยากจะบอกเพื่อนว่าเขาไม่ได้บ้า ในตะเกียงนี้มันมีจินนี้อยู่จริง ๆ แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มาปรากฏตัวให้เห็น ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

 

ไง เจ้านาย เสียงเรียกนอกหน้าต่าง ทำให้ซึงรีหันกลับไปมอง เขาก็เห็นคนที่เขาอยากเจอเมื่อกี้ ยืนอยู่ที่ระเบียง แต่ไม่ใช่ระเบียงบ้านเขา มันเป็นระเบียงบ้านข้าง ๆ

 

แดซอง!ซึงรีไม่ได้ทักจินนี้ตอบ เขาตะโกนเรียกเพื่อนร่างหนาพร้อมกับวิ่งออกจากห้องเพื่อไปตามเพื่อนร่างหนาของเขาให้กลับมาที่ห้องนอนอีกครั้ง

 

นี้ไง จินนี้....จินนี้ออกมาแล้ว ซึงรีกึ่งลากกึ่งฉุดแดซองให้เดินมาที่หน้าต่าง เขาชี้ออกไปข้างนอก เพื่อให้เพื่อนร่างหนามองตามมือของเขาออกไป

 

หวัดดีฮ่ะ คำทักทายของแดซองทำให้ซึงรียิ้มดีใจ เพราะอย่างน้อยเพื่อนของเขาก็คงไม่คิดว่าเขาเป็นคนบ้าแล้ว เมื่อได้เห็นจินนี้ตัวจริง

 

พี่ซองมิน!!!!” ซึงรีตกใจ เมื่อหันไปมองจินนี้ แต่กลับเห็นเป็นพี่ซองมินที่ยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับที่จินนี้ยืนเมื่อกี้

 

อืม พี่เอง ทำไมเหรอ ตกใจอะไรซ่ะขนาดนั้นล่ะ คนถูกเรียกถามขึ้นด้วยความสงสัย ก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ จะตะโกนเรียกชื่อเขาทำไม

 

จินนี้ล่ะฮ่ะ จินนี้ไปไหน

 

หืม? จินนี้ไหน

 

ก็ผู้ชายตัวที่สูง ๆ คิ้วหนา ๆ หน้าดุ ๆ อ่ะฮ่ะ ที่เมื่อกี้เขายืนตรงระเบียงบ้านพี่ ตอนนี้เขาไปไหนแล้วเหรอ

 

เอ๋!? ไม่รู้สิ พี่ไม่เห็น

 

นายนี้ท่าจะบ้าแดซองว่าเพื่อนตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้องไปอีกครั้ง

 

 

ซึงรีรู้สึกผิดหวังและไม่เข้าใจ ทำไมจินนี้ถึงไม่ยอมมาปรากฏตัวให้คนอื่นเห็นนอกจากเขา แล้วทำไมต้องโผล่มาแค่ตอนที่เขาอยู่คนเดียว ทำไมไม่ออกมาตอนแดซองอยู่ และไอ้การที่จินนี้ไม่ปรากฏตัวให้แดซองเห็นนั้น มันทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนบ้า แล้วเขาก็รู้สึกโกรธ โกรธจินนี้ที่ทำให้เขาเป็นคนบ้าในสายตาของเพื่อนสนิท และพี่ข้างบ้านก็อาจจะมองว่าเขาเป็นบ้าไปด้วย

................................

.......................

...............

......

.

 

จะกลับแล้วเหรอ แดซอง แม่ซึงรีที่เดินออกมาจากห้องครัว ทักแดซองทันทีที่เห็นเพื่อนคนสนิทของลูกชายเดินลงมาจากบันได

 

ฮ่ะ พอดีผมมีรายงานที่จะต้องทำ ก็เลยกลับก่อน

 

เหรอจ๊ะ น่าเสียดายจัง ไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเลย

 

ฮ่ะ ไว้วันหลังล่ะกันนะครับคุณป้า วันนี้ผมขอตัวก่อน หวัดดีครับ แดซองก้มหัวเพื่อลา แล้วก็เดินออกจากบ้าน โดยไม่ลืมยิ้มส่งท้ายให้กับแม่ของซึงรี

 

 

แดซองรู้สึกหงุดหงิดที่เพื่อนเขาพามาเสียเวลาในการทำรายงานที่จะต้องส่งพรุ่งนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาคิดอยู่แล้วว่าตะเกียงวิเศษไม่มีอยู่จริง แต่เขาก็ยังตามมา เพราะคิดว่าเพื่อนของเขาคงจะไม่โกหก แต่นี้มันอะไรกัน น่าผิดหวังชะมัด มาหลอกกันได้ ถึงจะหงุดหงิดที่โดนเพื่อนหลอก แต่เขาก็โกรธซึงรีไม่ลง เขาก็ทำได้แค่หงุดหงิด

 

 

จะกลับแล้วเหรอ เสียงนุ่ม ๆ ของผู้ชายดังขึ้นทำให้แดซองหยุดเดิน เขาหันไปมองที่หน้าประตูบ้าน ของบ้านหลังหนึ่งที่เขายืนอยู่ตรงรั่วหน้าบ้าน เมื่อหันไปมอง เขาก็เห็นพี่ชายข้างบ้านของซึงรีกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านนั้น

 

ฮ่ะ ผมจะกลับแล้ว

 

อืม งั้นฉันเดินไปหน้าปากซอยเป็นเพื่อนนะ พอดีเมื่อกี้ลืมกระเป๋าตังค์ก็เลยกลับมาเอา

 

ฮ่ะสิ้นคำตอบตกลงของแดซอง ซองมินก็ออกเดินทันที โดยไม่ลืมที่จะเดินให้เข้าจังหวะกับคนที่เดินเคียงค้าง เพื่อเดินไปพร้อม ๆ กัน

 

ทะเลาะอะไรกันกับซึงฮยอนหรือเปล่า เห็นสีหน้าไม่ค่อยจะดีทั้งคู่

 

ซึงฮยอน?” แดซองทำหน้านึกสงสัย ซึงฮยอนที่พี่ซองมินพูดถึงคือใคร แต่แล้วก็นึกได้ว่าชื่อนี้เป็นชื่อจริง ๆ ของเพื่อนสนิทเขา ที่เขาไม่เคยเรียกเพื่อนสนิทคนนั้นด้วยชื่อนี้

อ๋อ ซึงรี... เปล่านิฮ่ะ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน

 

อืม ไม่ทะเลาะกันก็ดีแล้ว

ซึงฮยอนแม้จะดูเป็นเด็กร่าเริง แต่จริง ๆ ก็ขี้เหงา  และเป็นคนที่คิดมาก ถ้าเกิดต้องมาทะเลาะกับเพื่อนสนิทแบบนี้ หมอนั้นจะน่าสงสาร

 

ฮ่ะ... น่าอิจฉาซึงรีจังเลยนะฮ่ะ ที่มีคนเป็นห่วงแบบนี้คำพูดลอย ๆ ของแดซองทำให้ซองมินหยุดเดิน

 

 

ซองมินมองดูแผ่นหลังของเพื่อนสนิทน้องชายข้างบ้าน คำพูดของแดซองเมื่อกี้ เขาไม่รู้ว่าแดซองอิจฉาจริง ๆ หรือแค่พูดขึ้นมาเฉย ๆ หากเด็กคนนี้อิจฉาซึงรีจริง ๆ แล้วเขาควรจะทำยังไง นอกจาก....

 

 

อิจฉาซึงฮยอนเหรอ งั้นเอางี้ ต่อจากนี้ไปฉันจะคอยเป็นห่วงนายเอง นายจะได้ไม่ต้องไปอิจฉาซึงฮยอน ซองมินเร่งฝีเท้าเพื่อเดินตามให้ทันเด็กหนุ่มร่างหนา ก่อนที่จะยื่นมือออกไปวางไว้บนไหล่แดซอง เพื่อเดินกอดคอไปกับรุ่นน้องร่างหนาคนนี้

 

 

แดซองเองก็รู้สึกตกใจที่อยู่ดี ๆ ก็มีมือหนา ๆ มาพาดวางอยู่บนไหล่ แต่เขาไม่ได้รู้สึกหนักอะไร มันกับเป็นความรู้สึกดี ๆ ที่คนข้าง ๆ มีมาให้

 

 

 

 

จะคอยมาเป็นห่วงเขางั้นเหรอ ใจดีเกินไปแล้ว.....

 

 

 

 

เอ่อ....พี่ซองมินฮ่ะ ป้ายรถเมลล์ไปทางนู้นนะฮ่ะ แดซองชี้ไปอีกทาง หลังจากที่ซองมินเดินกอดคอเขาแล้วก็ดันตัวเขาให้เลี้ยวซ้ายมา ทั้ง ๆ ที่จริง ทางไปป้ายรถเมลล์มันต้องเลี้ยวขวา

 

แล้วใครว่าฉันจะไปป้ายรถเมลล์ล่ะซองมินพูดแล้วก็ยังคงใช้มือที่พาดอยู่บนไหล่แดซอง ดันตัวแดซองให้เดินตามทางที่เขาอยากจะพามา

 

แต่ว่าผมจะกลับบ้านนะฮ่ะ

 

จะรีบกลับไปไหน อยู่กินอะไรด้วยกันก่อนสิ

 

คือ....ผมมีรายงานที่ต้องรีบทำนะฮ่ะ

 

นั้นแหล่ะ ยิ่งมีรายงานที่ต้องรีบทำ นายก็ต้องหาอะไรกินลองท้องก่อน ไม่เคยได้ยินเหรอไง กองทัพเดินด้วยท้อง กินอิ่มแล้วค่อยทำงาน เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง

 

แต่ว่า.....ยังไม่ทันที่แดซองจะได้พูดอะไรต่อ มือหนา ๆ ที่เกาะบ่าเขาเมื่อกี้ก็เลื่อนมาปิดปากเขาแทน

 

ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันจะคอยเป็นห่วงนาย ถ้านายทำรายงานจนลืมกินข้าว แล้วปวดท้องขึ้นมาจะทำไง เพราะฉะนั้น ไปกินอะไรกับฉันก่อนกลับเหอะนะ อย่าทำให้ฉันเป็นห่วงมากกว่านี้เลย ซองมินพูดพร้อมกับเบี่ยงตัวมาเพื่อให้มองหน้าแดซองได้ถนัด เขาพูดโดยที่หน้าของเขาห่างจากหน้าแดซองเพียงไม่กี่เซน และเมื่อพูดจบ เขาก็ปล่อยมือออกจากปากแดซองแล้วเปลี่ยนมาเป็นกุมมือแทน โดยเขามั่นใจว่า หากเขาปล่อยมือออกจากปากแดซองแล้ว แดซองจะไม่เถียงอะไรต่อ เพราะหมอนั้นเอาแต่ก้มหน้า ตั้งแต่ที่หน้าของเขายื่นไปใกล้ ๆ หน้าแดซองแล้ว

 

 

 

 

~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~

 

 

 

 

ไอ้บ้า!!!” ซึงรีล้มตัวลงนอนบนเตียง พร้อมกับพ่นคำด่าออกมา เขารู้สึกหงุดหงิด เสียหน้า และก็โกรธ โกรธจินนี้ที่ทำให้ทุกคนมองว่าเขาเป็นคนบ้า

 

พูดจาไม่เพราะเลย เสียงของผู้ชายดังขึ้นนอกหน้าต่าง ทำให้ซึงรีลุกขึ้นนั่งบนเตียง และหันไปมอง

 

ไอ้บ้า!!!!!!!!!!” ซึงรีตะโกนด่าดังกว่าเดิม ก็ไอ้ตัวสาเหตุที่ทำให้เขามีหลายอารมณ์ในตอนนี้มานั่งอยู่บนระเบียงตรงหน้าเขา

 

อ้าว นายมาด่าฉันทำไม

 

ไปให้พ้นเลยนะ ไม่ต้องมาให้ซึงรีเห็นหน้าอีกเลย ไม่พูดป่าว ซึงรียังลุกไปปิดหน้าต่าง และก็ปิดม่านทันที เพื่อไม่ให้คนที่นั่งอยู่ตรงระเบียง มองเห็นเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงภายในห้อง

 

เฮ้ย!!!!!!!!!!!” จินนี้รีบกระโดดลงจากระเบียง ก่อนจะเดินตรงมาที่หน้าต่าง ทันทีที่เจ้าของห้องเพิ่งปิดมันไป

 

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

จินนี้เคาะหน้าต่างเสียงดัง และเคาะอยู่หลายครั้ง เพื่อหวังว่าคนข้างในจะเปิดหน้าต่างออกมา แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล เมื่อเขาเคาะจนเจ็บมือแล้ว คนข้างในห้องก็ยังไม่เปิดหน้าต่างออกมา

 

 

นี้!!! มาปิดหน้าต่างใส่หน้าฉันทำไม หนุ่มร่างสูงพูดทั้ง ๆ ที่ยังเคาะหน้าต่างอยู่

นี้!!!!!!!! เปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้นะ!”

 

ไอ้บ้า!!!!!!!!! ไปให้พ้น เสียงจากคนในห้องตะโกนด่าออกมา ซึงรีล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง พร้อมกับเอาหมอนหนุนหัวมาปิดหูทั้งสองข้าง เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงจากคนนอกห้อง ที่ยืนตะโกนอยู่ข้างหน้าต่าง

 

เปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้นะ! นายมาโกรธฉันเรื่องอะไร ออกมาคุยให้รู้เรื่องสิ!!!” จินนี้หยุดเคาะกระจก แล้วคอยฟังเสียงคนในห้องตอบรับ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน

 

นี้เจ้านาย นายโกรธฉันเรื่องอะไร นายมาไล่ฉันทำไม ฉันทำอะไรผิดเหรอ น้ำเสียงจินนี้ฟังดูลดลง ตอนแรกเขารู้สึกโกรธที่ถูกปิดหน้าต่างใส่หน้า แต่ตอนนี้เขาอยากรู้เหตุผลที่เจ้านายตัวน้อยมาปิดหน้าต่างใส่เขา แล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรกับเขาอีก นอกจากไล่ให้เขาไปไกล ๆ

 

 

 

 

แล้วนี้เขาทำอะไรผิด ทำไมเจ้านายถึงต้องมาไล่กันแบบนี้ด้วยนะ ไม่อยากเห็นหน้ากันแล้วใช่มั้ย ต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ เจ้านาย.....

 

 

<<<<<<<<<< ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ >>>>>>>>>>

 

 

 

Talk: อ่า~ เครียดจริง ๆ ช่วงนี้ เครียดกับเรื่องเจย์ ถึงจะไม่ใช่ hottest เต็มตัวแต่ก็รักเจย์และรอเจย์กลับมานะ(มันเกี่ยวกับฟิคมั้ยเนี่ย)

เอาฟิคมาลงตอนเจย์ไม่อยู่ หวังว่าจะช่วยแก้เครียดได้บ้าง แต่มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะจ๊ะ