GENIE#4

posted on 11 Oct 2009 00:54 by welovetoptory

 

 

 

 

Title: GENIE
Cast: TOPTORY[YBGD&SMDS]
Rate: PG
Author: ugra

 

 

<<<<<<<<<< ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ >>>>>>>>>>

 

 

ตอนที่ 4

 

ไม่เอา ไม่เล่นแล้ว น้ำเสียงที่หนักแน่น บ่งบอกได้ว่าคนพูดกำลังหงุดหงิด

 

 

หลังจากที่เจ้านายตัวเล็กขอให้จินนี้อยู่ด้วยกันในห้อง พวกเขาก็นั่งเล็กเกมส์ และเกมส์ที่พวกเขาเล่นกันนั้นมันเป็นเกมส์ต่อสู้ที่ต้องแข่งขัน และแน่นอนว่าจินนี้เป็นฝ่ายชนะตลอด เลยทำให้เจ้านายตัวเล็กของเขาพาลหงุดหงิดออกมา

 

 

อ้าว! กำลังสนุกเลย เลิกเล่นทำไม จินนี้หันไปถามเจ้านายตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงข้าง  ๆ เขา ดูจากสีหน้าของเจ้านาย เหมือนประมาณเด็ก 5 ขวบที่กำลังงอแง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ

 

ซึงรีไม่อยากเล่นแล้ว เล่นทีไรพี่ก็ชนะทุกที

 

ก็ฉันเก่ง

 

โกงละสิไม่ว่า ใช้คาถาช่วยแน่ ๆ ซึงรีบ่นอุบอิบไม่หวังให้ใครได้ยิน แต่ดูเหมือนเสียงบนเขาจะไม่เบาพอ เพราะคนข้าง ๆ ได้ยินเสียงบ่นนั้น เพียงแต่มันไม่ชัด

 

นายว่าอะไรนะ

 

ซึงรีไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แค่บ่นว่าหิวข้าว

 

หิวข้าวก็ไปกินสิ

 

ก็กำลังจะไปกินนี้ไง ไม่ต้องมาไล่หรอก

 

ฉันไม่ได้ไล่ ก็แค่บอกให้นายไปกินข้าว

 

มันก็เหมือนกันนั้นแหล่ะ

 

โว๊ะ! นายนิ แพ้แล้วพาลเหรอไง

 

ซึงรีไม่ได้พาลสักหน่อย

 

แล้วนายจะเถียงฉันทำไมเล่า

 

แล้วพี่จะเถียงซึงรีทำไมล่ะ

 

โอเค ไม่เถียงด้วยแล้ว ไปกินข้าวเลย ไป จินนี้ไม่อยากจะเถียงอะไรต่อ เขาดันตัวซึงรีให้ไปยืนข้างเตียง เพื่อจะให้ไปกินข้าวตามที่เจ้านายได้บอกไว้

 

ไม่ต้องมาไล่หรอกน่า ซึงรีเดินบ่นแล้วก็ออกจากห้องไป โดยไม่ฟังคำบ่นที่ตามมาทีหลัง

 

ฉันไม่ได้ไล่ซักหน่อย ไอ้เด็ก..... แต่ยังไม่ทันที่จินนี้จะได้พูดจบประโยค ประตูห้องที่เพิ่งปิดไปก็เปิดออกมาอีกครั้ง พร้อมกับหัวเจ้านายที่โผล่ออกมาจากหลังประตู

 

ขอบคุณน่ะฮ่ะ เจ้านายตัวเล็กบอกกับจินนี้ พร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่จะรีบปิดประตูไป.... ซึงรีเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่จินนี้จะเข้าใจหรือป่าวว่าที่เขาขอบคุณนั้นเรื่องอะไร แต่เขาก็แค่อยากจะขอบคุณที่พี่จินนี้สามารถทำให้เขาลืมเรื่องเครียดนั้นได้จริง ๆ ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับพี่จินนี้

 

 

 

 

เรื่องเครียดที่เกี่ยวกับพี่แทยัง.... เขาลืมมันไปจนหมดเมื่อมีพี่จินนี้อยู่....

 

 

 

 

จินนี้ยังคงมองไปยังประตู ที่มันเพิ่งถูกปิดไป.... เจ้านายบอกขอบคุณเขา แล้วขอบคุณเรื่องอะไร เขาก็ไม่เข้าใจ แต่คำขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้มของเจ้านายนั้น มันได้สร้างรอยยิ้มไว้บนใบหน้าของเขาด้วยเหมือนกัน

 

 

ไอ้เด็กบ้า จินนี้ว่าเจ้านายตัวเล็ก ด้วยคำที่เขาอยากจะว่าเจ้านายก่อนเปิดประตูเมื่อกี้นี้ แต่ถึงแม้ปากเขาจะว่า แต่ในใจเขากลับบอกว่าเขามีความสุขกับคำขอบคุณที่เจ้านายตัวเล็กเพิ่งบอกกับเขา

................................

.......................

...............

......

.

 

หลังจากที่ซึงรี เจ้านายตัวเล็กออกจากห้องไป จินนี้ก็ปีนระเบียงกลับมาที่ห้องนอนรุ่นพี่ข้างบ้านของเจ้านายตัวเล็ก

 

เขาเลื่อนประตูกระจกใส เพื่อหวังจะเดินเข้าไปในห้อง โดยคิดว่าเจ้าของห้องคงยังไม่กลับจากที่ทำงาน แต่ทว่าความคิดของเขามันผิดซ่ะแล้ว

 

 

ไง คุณจินนี้ เสียงทุ้ม ๆ ของผู้ชายดังขึ้นทันทีที่จินนี้กล่าวพ้นประตูมา

 

พี่ซองมิน!!!” จินนี้ตกใจเมื่อหันไปเห็นเจ้าของห้องยืนพิงกำแพงอยู่ข้าง ๆ ประตูกระจกใสที่เขาเพิ่งเปิดมันออกมา

 

พร้อมจะเล่าให้ฉันฟังหรือยัง ซองมินเดินมาหาจินนี้พร้อมกับจับบ่าชายหนุ่มร่างสูงไว้

 

ระ...เรื่องอะไร

 

ก็เรื่องที่แกเป็นจินนี้ไง....ไอ้ท๊อป!” ชื่อจริงของจินนี้ที่ซองมินเรียกทำให้ชายหนุ่มร่างสูงตกใจเล็กน้อย

 

 

ชายหนุ่มร่างสูงรีบปิดประตูกระจกใส พร้อมกับดึงม่านมาปิดไว้เพื่อไม่ให้คนภายนอกมองมาเห็นภาพภายในห้องที่เขายืนอยู่กับพี่ซองมิน โดยเฉพาะเจ้าของห้องที่อยู่ข้างห้องพี่ซองมินนั้น ยิ่งให้เห็นไม่ได้เด็ดขาด

 

 

ก็ได้ ผมจะเล่าให้พี่ฟัง แต่ไม่ใช่ที่ห้องนี้ พูดจบจินนี้หรือคนที่โจซองมินเรียกว่าทีอปก็เดินออกจากห้องไป เขาเดินไปที่ประตูหน้าห้องฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปโดยมีซองมินเดินตามมาติด ๆ

 

 

ห้องที่ท๊อปพาซองมินมานี้ เป็นห้องนอนที่เจ้าของบ้านอย่างโจ ซองมินหวังจะให้แขกที่มาบ้านพักในยามจำเป็น แต่ทว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเด็กร่างสูงตรงหน้านี้ กลับมาขออาศัยอยู่ด้วย โดยใช้ห้องนี้เป็นห้องนอน

 

 

ตกลงจะเล่าให้ฉันฟังได้ยัง ซองมินยืนพิงประตูที่เขาเพิ่งปิดมันไป ถามท๊อปที่ยืนอยู่ข้างเตียง

 

พี่จะฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ

 

เรื่องที่แกไปโกหกซึงฮยอนว่าแกเป็นจินนี้

 

ผมไม่ได้โกหกซ่ะหน่อย อยู่ดี ๆ เจ้าเด็กคนนั้นก็หาว่าผมเป็นจินนี้ แถมยังตั้งชื่อผมว่าจินนี้เองด้วยอีกต่างหาก

 

แล้วแกไปทำอีท่าไหนล่ะ ซึงฮยอนถึงเข้าใจผิดคิดว่าแกเป็นจินนี้

 

พี่จำวันแรกที่พี่ย้ายมาอยู่ที่นี้ แล้วใช้ให้ผมเฝ้าบ้านแทนพี่ ที่กลับไปเอาของที่บ้านเก่าได้มั้ยท๊อปเล่าเรื่องพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งบนขอบเตียง เพื่อหันหน้ามาคุยกับซองมิน

 

อืม จำได้

 

ก็วันนั้นอ่ะ ตอนดึก ผมเดินไปที่ระเบียงห้องนอนพี่ แล้วก็เห็นเสื้อของพี่ที่พี่ตากไว้ มันลงไปอยู่ที่ระเบียงข้างบ้าน ผมก็เลยปีนระเบียงเพื่อจะไปเก็บ แต่ดันพลาดตกระเบียงล้มไป แล้วพอผมลุกขึ้นมาก็เห็นเจ้าเด็กนั่นยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องเขา พอเขาเห็นหน้าผมเท่านั้นแหล่ะ ก็เป็นลมล้มไป

ผมก็เลยต้องปีนหน้าต่างเข้าไปที่บ้านเขา เพื่อที่จะไปอุ้มเด็กนั้นนอนบนเตียง ท๊อปเว้นจังหวะการพูดเพื่อจะหายใจ แต่ดูเหมือนการหยุดพูดไปดื้อ ๆ ของเขานั้น มันยิ่งเรียกร้องความสนใจจากคนฟังซ่ะเหลือเกิน

 

แล้วไงต่อว่ะ

 

ก็กำลังจะเล่าอยู่นี้ไง ใจเย็นดิ ท๊อปดุเจ้าของบ้านที่ยังคงยืนพิงประตูอยู่ ก่อนจะเล่าเรื่องต่อ

แล้วพอตอนเช้า ผมไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยไปนั่งเล่นที่ระเบียงเจ้าเด็กนั้น

 

ไปนั่งระเบียงบ้านคนอื่นเขาเนี่ยนะ

 

อืม ก็มันไม่รู้จะทำอะไรนิ

 

แกนี้ท่าจะบ้า

 

จะฟังต่อป่าวเนี่ย คำพูดของท๊อปทำให้ซองมินต้องงับปากตัวเองทันที เพราะหากเขาพูดอะไรต่อ มีหวังไอ้รุ่นน้องร่างสูงคนนี้คงจะไม่พูดอะไรต่อเป็นแน่

ก็พอผมนั่งเล่นที่ระเบียงไปได้สักพัก ก็รู้สึกว่าห้องมันดูเงียบ ๆ เลยคิดว่าหมอนั้นคงยังไม่ตื่น

ผมเลยกระโดดลงจากระเบียง เพื่อไปแอบดูที่หน้าต่าง แต่ว่าเจ้าเด็กนั้นก็เปิดหน้าต่างออกมาซ่ะก่อน แล้วก็มาเรียกผมว่าจินนี้ แล้วก็หาว่าผมออกมาจากตะเกียง

 

ซึงฮยอนเนี่ยนะหาว่าแกออกมาจากตะเกียง

 

อืม เจ้าเด็กนั้นบอกว่าเขาถูตะเกียงแล้วผมก็โผล่ออกมา

 

แล้วแกไปโผล่ออกมาตอนเขาถูตะเกียงทำไมว่ะ

 

อ้าว แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะว่าไอ้เด็กนั้นจะถูตะเกียงตอนไหน

 

เจ้าซึงฮยอนก็นะ โตป่านนี้แล้วยังคิดอะไรเป็นเด็ก ๆ อีก คิดได้ไง ตะเกียงวิเศษมีอยู่จริง ซองมินบ่นว่าไปถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในห้อง ถึงแม้จะรู้ว่าน้องเขายังเป็นเด็ก แต่ก็ไม่คิดว่าจะคิดอะไรที่เป็นเด็ก ๆ แบบนี้

ส่วนนายก็อีกคน ทำไมไม่บอกซึงฮยอนไปล่ะ ว่านายไม่ใช่จินนี้

 

ผมบอกเขาแล้ว แต่เขาไม่เชื่อผมนิ จะให้ผมทำไง

 

ทำไงก็ได้ที่ให้ซึงฮยอนรู้ว่าแกเป็นคนไม่ใช่จินนี้

 

ทำเหมือนกับว่ามันง่าย ผมว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้แหล่ะสนุกดี

 

นายนี้นะ! จริง ๆ เลย ซองมินส่ายหน้าหน่าย ๆ ในพฤติกรรมของรุ่นน้องร่างสูง ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านหลังใหม่ของเขาก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี้

 

 

 

 

 

# ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # 

 

 

 

 

 

ซองมินยังจำได้ดี วันแรกที่เขาเจอกับท๊อป ตอนนั้นเขาอายุ 17 ปี และเพิ่งจะย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ ที่ใหญ่กว่าหลังเก่า

 

 

 นายเป็นใคร แล้วมาทำอะไรที่บ้านหลังนี้ ทันทีที่เขาเดินเข้ารั่วบ้านหลังใหม่เขาก็เห็นเด็กผู้ชายตัวอ้วนกลมนั่งอยู่ที่ยั้นบันไดหน้าประตูบ้าน

 

แล้วนายล่ะเป็นใคร

 

ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เจ้าเด็กอ้วนไม่พูดเปล่า เขาลุกขึ้นยืนเท้าเอว พร้อมกำทำท่าเบ่งใหญ่ไม่เกรงกลัวคนตรงหน้าที่ตัวโตกว่า

 

เหอะ ซองมินนึกขำ แด็กอ้วนมาบอกว่าเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ทั้ง ๆ ที่เขาจำได้ดีว่าพ่อของเขาเพิ่งจ่ายเงินซื้อบ้านหลังนี้ไป

นี้มันบ้านฉัน

 

ไม่ใช่! นี้ไม่ใช่บ้านนาย มันเป็นบ้านฉัน

 

ลูก เสียงเรียกของผู้หญิงดังขึ้นมาจากข้างหลัง ทำให้ซองมินหันไปดู ก็เห็นหญิงวัยกลางคนกำลังเปิดประตูรั่วบ้านเข้ามา

 

แม่ เจ้าเด็กอ้วนเรียกผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับวิ่งไปหาทันที ผู้เป็นแม่ก็ยืนมือมารอรับแล้วจับบ่าลูกชายไว้

 

มาทำอะไรบ้านคนอื่นเขา

 

ผมมาหาพี่ดาร่าฮ่ะ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่อยู่ ผมก็เลยมานั่งรอแล้วก็เจอผู้ชายคนนี้ เจ้าเด็กอ้วนชี้ไปที่ผู้ชายร่างสูงที่ยืนเถียงกับเขาอยู่เมื่อกี้ให้ผู้เป็นแม่ดู คนเป็นแม่ก็มองไปยังคนที่ลูกชายชี้พร้อมกับส่งยิ้มให้เพื่อทักทาย ก่อนจะหันหน้ามาพูดกับลูกชายต่อ

 

พี่ดาร่าเขาย้ายไปแล้วลูก เขาไม่ได้อยู่ที่นี้แล้ว

 

อะไรนะฮ่ะ! พี่ดาร่าย้ายไปแล้วเหรอ ย้ายไปไหน ทำไมไม่เห็นเขาบอกผมเลย ผมเป็นแฟนเขานะฮ่ะ เขาควรจะบอกผมสิ! แล้ว.... คนเป็นลูกตะโกนโวยวายใส่ผู้เป็นแม่ จนคนเป็นแม่ต้องรีบเอามือปิดปากไว้

 

ขอโทษแทนลูกชายด้วยนะจ๊ะ ว่าแต่...เธอคงเป็นคนย้ายมาอยู่ใหม่สินะ

 

ครับ ผม โจ ซองมิน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ ซองมินแนะนำตัวเองพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อย เพื่อแสดงความเคารพ

 

จ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ บ้านป้าอยู่ถัดจากหลังนี้ไปสักสี่ห้าหลัง บ้านสีฟ้า ถ้าซองมินมีปัญหาอะไรก็แวะไปหาป้าได้เสมอเลยนะ ว่าแต่ย้ายมาอยู่คนเดียวเหรอ พ่อแม่ไปไหนล่ะ

 

พ่อแม่ผมไปทำงานครับ กลับมาตอนเย็น

 

อืมมม จ๊ะ งั้นป้าขอตัวก่อนนะ ขอโทษแทนลูกชายป้าด้วย พอดีเขาไม่รู้ว่าเพื่อนเขาย้ายออกไปแล้ว

 

ไม่ใช่เพื่อนสักหน่อย เขาเป็นแฟนผมนะ เจ้าเด็กอ้วนดึงมือแม่ที่ปิดปากออก แล้วก็ค้านขึ้นมาทันที

 

นั้นแหล่ะ กลับบ้านได้แล้ว รบกวนพี่เขาอยู่ได้ คนเป็นแม่ดุลูกชาย แล้วก็ดึกมือลูกชายออกไปทันที แต่ทว่าเดินไปไม่ได้ไกล ก็มีเสียงเรียกพวกเขาไว้ให้ต้องหยุดเดิน

 

เดี๋ยวก่อนสิครับ ซองมินตะโกนแรกสองแม่ลูกนั้นไว้ ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังจะเปิดประตูออกไปต้องหันกลับมามอง

 

นายชื่ออะไร ซึงฮยอนถามเจ้าเด็กอ้วนที่กำลังมองค้อนเขาอยู่ เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาไปทำอะไรให้เจ้าเด็กนี้ไม่พอใจ ถึงหันมามองเขาด้วยสายตาแบบนี้

 

ซึงฮยอน เสียงที่ตอบออกมาช่างบางเบา จนทำให้คนฟังได้ยินไม่ชัดและต้องถามขึ้นมาใหม่

 

อะไรนะ

 

ชเว ซึงฮยอน!!! จำให้ดีล่ะเจ้าเด็กอ้วนบอกเสร็จก็รีบเดินออกจากบ้านไป โดยมีแม่เดินตามไปติด ๆ

 

 

ซองมินมองดูหลังเด็กอ้วนที่เดินจากไปแล้วนึกขำ

 

 

 

 

ซึงอยอนงั้นเหรอ ชื่อเหมือนน้องฉันเลย เจ้าเด็กอ้วนตัวแสบ....

 

 

 

 

จากวันนั้นถึงวันนี้มันก็เป็นเวลาหลายปีแล้วที่พวกเขารู้จักกัน จากตอนแรกที่ไม่ถูกกันก็กลายเป็นสนิทกัน จากเจ้าเด็กอ้วนตัวแสบก็กลายเป็นเด็กหนุ่มหน้าหล่อ แต่ยังคงความแสบไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

................................

.......................

...............

......

.

 

มองอะไร ไอ้อ้วน ซองมินที่นั่งกินข้าวอยู่ เงยหน้ามาถามเด็กหนุ่มร่างสูงที่เมื่อกี้เพิ่งนั่งคุยกับเขาบนห้อง แต่ตอนนี้กลับมายื่นพิงตู้เย็นจ้องหน้าเขาอยู่

 

พี่เรียกผมแบบนี้อีกแล้วนะ

 

ทำไม เมื่อก่อนฉันก็เรียกแบบนี้ นายมีปัญหาอะไร

 

ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพียงแต่ตอนนี้ผมไม่ได้อ้วนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ออกจะหุ่นดี เพอร์เฟค พี่ก็เลิกเรียกผมว่าไอ้อ้วนสักทีสิท๊อปแก้ต่างในเรื่องหุ่นของตัวเอง ก่อนจะเดินมายื่นคุยกับซองมินที่โต๊ะอาหาร

 

เห๊อะ~” ซองมินพ่นลมขำ มันก็จริงอย่างที่ท็อปบอก ตอนนี้เจ้าเด็กอ้วนนั้น หุ่นดีแล้ว แต่มันก็ไม่ถึงขนาดใช้คำว่า เพอร์เฟค ได้สักหน่อย

แล้วนี้มาจ้องฉันมีอะไร

 

ผมหิวข้าว

 

แล้วไง

 

ก็พี่สั่งอาหารมากินคนเดียวแล้วจะให้ผมกินอะไรล่ะ

 

ก็กลับไปกินบ้านนายสิ

 

โถ่พี่~ ก็ผมบอกแล้วไงว่าจะย้ายมาอยู่กับพี่ แล้วพี่จะไล่ผมกลับบ้านไปทำไม

 

แล้วใครบอกนายล่ะ ว่าฉันจะให้นายอยู่ที่นี้ด้วย บ้านฉันนะไม่ใช่โรงแรม ที่นายอยากจะมาพัก เมื่อไรก็มาได้

 

โถ่พี่อ่ะ~ อย่าใจดำไปหน่อยเลย ก็ผมบอกแล้วไงว่าบ้านพี่ใกล้มหาลัยมากกว่าบ้านผม ผมก็เลยอยากจะย้ายมาอยู่ด้วย

 

หึ~ เหตุผลปัญญาอ่อน ซองมินนึกขำในคำอ้างของท๊อป เขารู้ดีว่านี้ไม่ใช่เหตุผลหลัก ที่ท๊อปมาขออยู่บ้านเขา แต่เหตุผลหลักนั้น เป็นเหตุผลอะไร เขาก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเหตุผลที่ท๊อปมาอยู่บ้านเขานั้น มันคงเกี่ยวกับรุ่นน้องข้างบ้านของเขา

 

ฉันเห็น 2-3 วันมานี้ ที่แกมานอนบ้านฉัน ฉันก็เห็นแกไปมหาลัยสายอยู่ดี อย่าเอาเหตุผลนี้มาอ้างเพื่อจะนอนที่นี้เลย กลับบ้านแกไปซ่ะ

 

ไม่กลับ

 

ว่ะ! ไอ้นี้ พูดไม่รู้เรื่องเหรอ

 

รู้เรื่องแต่ผมไม่กลับ

 

ไอ้หน้าด้าน!”

 

ยอมรับ ท๊อปไม่เถียงอะไรต่อ เพราะเขารู้ดีถ้าหากเถียงมากไปกว่านี้ เขาก็จะเป็นฝ่ายแพ้ แล้วต้องกลับไปนอนบ้าน เพราะอย่างนั้น เขาจึงน้อมรับคำด่าของซองมิน แล้วก็เดินหนีไป

 

 

ท๊อปเดินขึ้นมายังชั้นสอง ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนรับแขกที่ตอนนี้เขายึดเป็นห้องของตัวเอง ท๊อปหย่อนตัวลงนั่งที่ของเตียงพร้อมกับลูปไปที่ท้องด้วยความหิว.... แต่ในเมื่อเจ้าของบ้านไม่ได้สั่งอาหารเผื่อ แล้วเขาเองก็ทำอะไรกินไม่เป็น แถมเงินที่ติดตัวก็แทบจะไม่พอค่ารถไปมหาลัยพรุ่งนี้ แล้วเขาจะทำอย่างไร นอกจาก....

 

 

 

 

ไอ้หน้าด้าน !....

 

 

 

 

ในเมื่อพี่ซองมินด่าเขาไว้ว่าไอ้หน้าด้าน แล้วเขาก็ยอมรับ เพราะฉะนั้น เขาก็ขอหน้าด้านอีกสักหน่อยละกัน

 

ท๊อปปีนระเบียงห้องซองมินเพื่อไปยังบ้านตรงข้าม ไปยังห้องของเจ้านายตัวเล็ก ที่ตอนนี้ไม่อยู่ในห้อง  ท๊อปนั่งรอเจ้านายตัวเล็กที่เก้าอี้ตรงโต๊ะเขียนหนังสือไปได้สักพัก เจ้านายของเขาก็เดินมาด้วยชุดนอน ที่มีผ้าขนหนูสีฟ้าพื้นเล็กวางพาดอยู่บนไหล่ ซึ่งท๊อปคิดว่าผ้าขนหนูพื้นนั้น เจ้านายคงเอามาเช็ดหัวที่เปียกอยู่ตอนนี้

 

 

อ้าว ยังอยู่อีกเหรอฮ่ะ ผมนึกว่าพี่จะไปแล้วซ่ะอีก ซึงรีถามท๊อปหรือคนที่เขาคิดว่าเป็นจินนี้ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหนูที่พาดอยู่บนบ่ามาเช็ดหัวตัวเอง แล้วก็หย่อนก้นลงนั่งที่ปลายเตียง

 

ก็อยากจะไปอยู่หรอก แต่ว่าฉันหิวข้าว จินนี้ลูปท้องเพื่อนยืนยันว่าเขาหิวจริง ๆ แวดตาขอ่งเขาดูออดอ้อน เหมือนต้องการอะไรบางอย่างจากเจ้านาย

 

หิวเป็นด้วยเหรอ ซึงรีบ่นพึมพำ ไม่ได้หวังให้จินนี้ได้ยิน เพราะหากจินนี้ได้ยิน เขาคงโดนว่าแน่ ๆ ที่คิดว่าจินนี้

ไม่ได้เป็นคนธรรมดาทั่วไป

 

นายว่าอะไรนะ

 

ป่าว

 

แต่ฉันได้ยินนายพูด

 

ถ้าได้ยิน แล้วพี่ได้ยินซึงรีพูดอะไรล่ะ

 

ก็ได้ยินไม่ชัด ถึงได้ถาม แล้วตกลงนายพูดอะไร

 

ก็บอกไม่ได้พูด

 

โว๊ะ! นายนี้ เมื่อเถียงไม่ชนะ จินนี้ก็สบทออกมา พร้อมกับจ้องเจ้านายตัวเล็กอย่างคาดโทษ นี้ถ้าหากว่าเขาไม่หิว เขาคงได้หาเรื่องเจ้านายต่อแน่ แต่นี้เพราะว่าเขาหิวแล้วยังต้องพึ่งเจ้านาย เขาก็เลยสงบจิตสงบใจไว้ก่อน

ไม่เถียงกับนายแหล่ะ ว่าแต่บ้านนายพอจะมีอะไรเหลือให้ฉันกินบ้างมั้ย

 

เดี๋ยวซึงรีลงไปดูให้นะฮ่ะ

 

อืม

 

 

จินนี้มองตามหลังเจ้านายที่เดินออกจากห้องไป เขานั่งรอเจ้านายอยู่ที่ปลายเตียงโดยหวังว่าอีกสักพักเจ้านายตัวเล็กของเขาก็จะเปิดประตูห้องกลับเข้ามาพร้อมกับอาหารในมือ แต่จนแล้วจนรอดก็ดูเหมือนว่าประตูที่เขาจ้องมองนั้น มันไม่มีวี่แววที่จะเปิดออกมาเขาเลยต้องเปิดมันออกมาเอง

 

หลังจากเปิดประตูออกมาแล้วจินนี้ก็ค่อย ๆ โผล่หัวออกไปนอกประตูเพื่อจะดูว่าเจ้านายตัวเล็กของเขาเดินกลับมาหรือยัง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเพียงทางเดินที่ว่างเปล่า เขาเลยตัดสินใจเดินออกไปที่นอกห้อง โดยสายตาก็สาดส่องมองไปรอบ ๆ ด้วยใจระทึกกลัวว่าจะมีคนอื่นที่อยู่ในบ้านนี้มาเห็นเขา

 

จินนี้ค่อย ๆ ย่องเดินลงบันไดมายังชั้นล่างของบ้านซึงรี ซึ่งเป็นห้องโถ่งโล่ง ๆ ที่แยกมุมต่าง ๆ ไว้เป็นสัดส่วน โดยทางด้านซ้ายมือของจินนี้นั้น ก็จะมีประตูอยู่ 2 ปาน โดยปานแรกเปิดไปแล้วเป็นห้องน้ำ จินนี้ก็เลยเดินไปอีกห้องที่เขายังไม่ได้สำรวจ

 

 

แฮ่!”

 

เฮ้ย!!!!” จินนี้ร้องตะโกนตกใจ เมื่ออยู่ ๆ ไอ้คนที่เขาตามหาก็กระโดดออกมาจากข้าง ๆ ตู้เย็นที่ติดกับประตู พร้อมกับตะโกนเสียงดังเพื่อแกล้งให้เขาตกใจ  และก็ดูเหมือนเจ้านายตัวเล็กจะพอใจที่แกล้งเขาได้ ถึงหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

ทำบ้าอะไรเนี่ย

 

ก็แกล้งพี่ไง

 

ถ้าเกิดฉันตั้งสติไม่อยู่ เตะนายขึ้นมาจะทำไง

 

ก็เตะกลับ

 

หึ จินนี้นึกขำกับคำตอบกลับของไอ้คนตรงหน้า ตัวก็เล็กแค่นั้น จะมาเตะเขาได้ แค่เขาเตะทีเดียวก็คงพิการจนเตะเขากลับไม่ได้แล้ว

 

แล้วนี้พี่ลงมาทำไมฮ่ะ ถ้าเกิดพ่อแม่ผมเห็นเขาจะทำยังไง

 

ก็บอกเขาไป ว่านายพาฉันหนีตามมา

 

พ่อแม่ซึงรีคงเชื่อพี่หรอก

 

งั้นก็ทำให้เขาเชื่อสิ

 

ยังไง

 

ก็ให้นายปล้ำฉัน แล้วฉันก็จะทำเป็นร้องไห้ฟูมฟาย ไปบอกพ่อแม่นายว่านายพาฉันหนีตามมา แล้วนายก็ปล้ำฉัน แค่เนี่ยพ่อแม่นายก็คงจะเชื่อแล้ว

 

บ้า!” ซึงรีไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขาก็เลยด่าออกมาในความคิดบ้า ๆ ของจินนี้ก่อนจะเดินไปที่กระทะ ซึ่งตั้งอยู่บนเตา แต่ไม่ได้เปิดแก็สไว้ เพราะดูท่าว่าอาหารที่อยู่ในกระทะนั้นจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

ทำอะไรอ่ะ

 

อ่ะ!” ซึงรีสะดุ้งตกใจเมื่อจะหันไปมองจินนี้ที่เขาคิดว่าคงยังยืนอยู่ที่เดิม แต่ตอนนี้กลับมายืนอยู่ข้างหลังเขา และยืนใกล้มาก จนหน้าที่เขาจะหันไปมองเกือบจะไปชนกับหน้าของจินนี้

 

ข้าวผัดกิมจีนิ นายทำให้ฉันเหรอ

 

อืม

 

ว้าว~ เจ้านายใจดีจัง จินนี้พูดแล้วก็ต้องก้าวถอยหลัง เพื่อให้เจ้านายได้หมุนตัว แล้วเดินไปที่โต๊ะอาหารที่มันตั้งอยู่กลางบ้าน

................................

.......................

...............

......

.

 

อร่อยมั้ยฮ่ะ ซึงรีที่นั่งอยู่ตรงข้ามจินนี้ ถามขึ้นทันทีหลังจากที่จินนี้ตักข้าวผัดกิมจคำแรกเข้าปาก

 

ให้ตอบจริง ๆ มั้ย

 

ฮ่ะ เจ้านายตัวเล็กบอกพร้อมกับยื่นเหน้าเข้าไปหาด้วยความอยากรู้

 

ไม่ถึงกับอร่อย แต่ว่าก็ใช้ได้

 

 

ซึงรีนั่งอมยิ้มกับคำตอบของจินนี้ ถึงแม้อาหารที่เขาทำจะไม่ได้รับคำชมว่าอร่อย แต่คนกินก็ตักมันกินไม่ขาดปาก

 

เจ้านายตัวเล็กนั่งมองจินนี้กินข้าวผัดกิมจิที่เขาทำอย่างเพลิดเพลิน แต่แล้วอยู่ ๆ คำพูดของแดซองในเช้าวันนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา

 

 

 

 

 

ถ้าโลกนี้มีจินนี้อยู่จริง แล้วนายสามารถขอพรได้หนึ่งอย่าง นายจะขออะไร....

 

ในเมื่อตอนนี้ มีพี่จินนี้ตัวเป็น ๆ มานั่งอยู่หน้าเขา แล้วเขาควรจะทำอย่างไร เขาควรจะขอพรที่เขาอยากจะขอกับพี่จินนี้ดีมั้ย?

 

 

 

 

 

พี่จินนี้ ซึงรีไม่รอให้สมองต้องคิดหนัก เขาก็เรียกชื่อผู้ชายร่างสูงที่ยังคงนั่งกินข้าวผัดกิมจิอยู่

 

หืม

 

ถ้าผมอยากจะขอพรกับพี่ 1 อย่าง ผมจะขอได้มั้ยฮ่ะ

 

ขอพร?”

 

ฮ่ะ

 

อืม ได้สิ จินนี้ตอบตกลงทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าพรที่ซึงรีขอนั้นจะเป็นพรอะไร แต่หากว่าเขาทำได้ เขาก็จะให้ถือว่าเป็นค่าตอบแทนค่าข้าวผัดกิมจิ แต่หากเขาทำไม่ได้....เขาก็จะบอกไปว่าเขาทำไม่ได้

ว่าแต่นายจะขอพรอะไร

 

คือ....ซึงรีอยากจะขอพรให้คนที่ซึงรีแอบชอบ หันมาชอบซึงรีบ้าง

 

แทยังอ่ะเหรอ

 

พี่รู้ได้ไงฮ่ะ ซึงรีทำสีหน้าตกใจ ที่พี่จินนี้รู้จักคนที่เขาแอบชอบทั้ง ๆ ที่เขายังไม่ได้บอกชื่อเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่น่าแปลกอะไร ในเมื่อคนตรงหน้าเขาเป็นจินนี้ ถ้าแค่เรื่องชื่อคนแค่นี้ เขารู้มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก

 

เจ้านาย....

ความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะ เจ้านายจะมีความสุขเหรอ ถ้าคนที่เจ้านายแอบชอบ เขามาชอบเจ้านายเพราะพรที่เจ้านายขอ ไม่ได้มาจากความรักที่เขามี แล้วแบบนี้ เจ้านายจะมีความสุขเหรอ

 

... ซึงรีไม่ได้ตอบคำถามอะไรของจินนี้ เพราะมันจริงอย่างที่จินนี้พูด ความรักที่เกิดจากการขอพร มันคงไม่ได้ทำให้เขามีความสุข มันก็แค่ทำให้เขาสมหวังแค่นั้นเอง

 

 

 

 

 

# ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # ~ # 

 

 

 

 

 

เช้าวันใหม่มาเยือน ซึงรีที่อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มายืนอยู่ที่หน้าต่าง ซึ่งยังคงมีผ้าม่านปิดกั้นไว้ไม่ให้เห็นบรรยากาศภายนอก

 

เช้าวันนี้เป็นเช้าที่แปลกสำหรับซึงรี ปกติก่อนไปโรงเรียนเขาไม่เคยคิดจะเปิดผ้าม่านออก แต่วันนี้ใจเขาสั่งให้เปิดมันออก เพื่อหวังว่าจะเจอใครบางคน ใครคนนั้นที่ทำให้เขาอยากจะเปิดผ้าม่านนี้

 

ไม่มีเหรอ.... ซึงรีร้องออกมาอย่างผิดหวัง เมื่อเปิดผ้าม่านแล้วไม่เจอใคร ไม่เห็นใคร เขาก็ปิดผ้าม่านกลับเหมือนเดิม ก่อนจะเดินลงมาข้างล่าง เพื่อออกเดินทางไปมหาลัย

 

แม่ฮ่ะ ซึงรีไปก่อนนะฮ่ะ เขาบอกกับแม่ของเขา ที่กำลังวุ่นอยู่กับงานบ้านอยู่ในครัว

 

เดินทางดี ๆ นะลูก

 

ฮ่ะ ซึงรีรับคำแม่ที่ยังคงวุ่นอยู่ในครัว แล้วก็เปิดประตูบ้าน เพื่อเดินออกไป

 

เจ้านาย!” เสียงเรียกจากข้างบนทำให้ซึงรีหันไปมอง ก็เห็นผู้ชายร่างสูงที่เรียกเขาไว้ กำลังยืนอยู่ที่ระเบียงบ้านของพี่ชายข้างบ้านเขา

 

พี่จินนี้!”

ขึ้นไปทำอะไรตรงนั้นฮ่ะ

 

ก็ฉันมาหาเจ้านาย

 

มาหาซึงรี มีอะไรหรือป่าวฮ่ะ

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมาหา

แล้วนั้น จะไปมหาลัยแล้วเหรอ

 

ฮ่ะ

 

อืมมม งั้นเดินทางดี ๆ นะ เย็น ๆ ค่อยเจอกัน

 

ฮ่ะ ซึงรียิ้มให้กับจินนี้ ที่ยังคงยืนอยู่ระเบียงเขา แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงแม่ของซึงรีตะโกนมาจินนี้ก็รีบนั่งลงหายไปในระเบียงบ้านเขาทันที

 

ซึงรี คุยกับใครเหรอลูก

 

ป่าวฮ่ะแม่ ซึงรีไปก่อนนะ

 

จ้า แม่ของซึงรี ยืนมองลูกชาย ที่ยิ้มให้เธอก่อนจะเดินจากไป จากนั้นก็เดินมายังรั่วบ้าน เพื่อมองขึ้นไปบนระเบียง เธอก็ไม่เห็นใคร นอกจากระเบียงว่างเปล่า

 

หรือว่าจะหูฝาด เธอยืนบ่น ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปอีกครั้ง ทำให้ใครบ้างคนโล่งใจที่ไม่โดนจับได้ ว่าแอบคุยกับลูกชายของเธอ

 

หนีทำไมล่ะ คุยกับลูกชายเขา แล้วหนีแม่เขาทำไมซองมินหันมาว่าท๊อปที่เพิ่งคลานหลบแม่ซึงรี เข้ามานั่งในห้องของเขา

 

ก็จะให้ผมทักทายกับแม่เขายังไงล่ะ ในเมื่อลูกเขาหาว่าผมเป็นจินนี้

 

ฉันก็บอกแกแล้ว ว่าให้ไปบอกความจริงกับซึงฮยอน จะได้ไม่ต้องมาหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้

ทำตัวอย่างกับพวกมีความผิดไปได้ซองมินบ่นท๊อปแล้วก็เดินจากห้องไปโดยไม่ฟังคำบ่นที่ดังตามหลังมา

 

แล้วจะให้ผมบอกยังไงเล่า ในเมื่อหมอนั้นมันคิดว่าผมเป็นจินนี้

 

 

ท๊อปได้แต่นั่งมองหลังซองมินที่เดินออกไป คำพูดที่ซองมินบอกทิ้งท้ายไว้มันทำให้เขาต้องเก็บมาคิด ทำตัวอย่างกับพวกมีความผิดไปได้ใช่เขาไม่ได้ทำผิดอะไร เขาก็เป็นคนปกติ แต่การรู้จักกับซึงรีแบบคนปกติเห็นทีมันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา ในเมื่อวันแรกที่เจอกับเด็กคนนั้น เขาก็กลายเป็นจินนี้ผู้วิเศษในสายตาของเด็กคนนั้นแล้ว แล้วจะให้เขาทำยังไง เขาถึงพูดคุย พบเจอกับซึงรีเหมือนคนปกติทั่วไปได้

 

 

 

 

 

ผู้วิเศษคนไหนรู้ช่วยบอกเขาที....

 

 

 

<<<<<<<<<< ~ G ~ E ~ N ~ I ~ E ~ >>>>>>>>>>

 

 

 

Talk: ในที่สุดก็มีกำลังใจอัพซ่ะที เมื่อเห็นแดซองกลับมา และเห็น 2pm ขึ้นคอนอีกครั้งถึงจะขาดเจย์

ตอนนี้ไม่สนเม้นท์แล้ว แต่ใครเม้นท์ก็ขอบคุณจ้า

 

ตอนที่ 5 ยังไม่ได้เริ่มแต่งเลย ปกติเวลาจะเอาตอนต่อไปลง นี้คือต้องแต่งตอนใหม่ไปเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่นี้เอาตอนสี่ลง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้แต่งตอน 5 แล้วตอนห้าจะอัพวันไหนเนี่ยยยยยยย อูก้า สู้ สู้!(ให้กำลังใจตัวเอง ^ ^)

 

SF : VIP HOST#2(End)

posted on 01 Oct 2009 01:41 by welovetoptory

 

 

 

 

Title: VIP HOST
Cast: TOPTORY[YBGD]
Rate: PG-13
Author: ugra

 

 

<<<<<<<<<< ~ “VIP HOST” ~ >>>>>>>>>>

 

อีก 1 ชั่วโมงจะถึงเวลาเปิดร้าน โฮสต์คลับทุกคนต่างยืนเป็นวงกลมอยู่กลางร้าน เพื่อดูหน้าพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวันนี้

 

ทุกคนต่างตื่นเต้นและดีใจ เมื่อได้เห็นพนักงานคนใหม่ จะมีก็แต่ชายหนุ่มร่างสูงคนนี้ ที่ยืนทำหน้าไม่พอใจ ก็ไอ้พนักงานใหม่นี้ เมื่อวานยังเป็นลูกค้าประจำของเขาอยู่เลย แล้วทำใหม่วันนี้กลับกลายมาเป็นโฮสต์ไปได้

 

 

ยินดีต้อนรับสู่การเป็นโฮสต์นะซึงฮยอน อ่ะ! ไม่ใช่สิ ซึงรี โฮสต์หมายเลขหนึ่งเดินเข้าไปกอดคอต้อนรับโฮสต์คนใหม่ ที่มีฉายาว่า ซึงรี

 

 

ซึงรี แปลว่า ชัยชนะ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของร้านเป็นคนตั้งฉายานี้ให้กับเขา และโฮสต์ทุกคนในคลับแห่งนี้จะมีฉายาที่ใช้เรียกในการทำงาน จนบางทีติดปากใช้เป็นชื่อเรียกจริง ๆ อย่าง ท๊อป ที่มีชื่อจริงว่าซึงฮยอนเหมือนกับเขา แต่ทุกคนก็จะเรียกเขาว่าท๊อปกันหมด

 

 

เฮ้ย เป็นไรไปว่ะ ดูหน้าเครียด ๆ แทยังกระแทกไหล่ท๊อปที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ดูจากสีหน้าแล้วก็รู้ได้ทั้งที ว่าหมอนี้กำลังหงุดหงิดอยู่

 

เปล่า พูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้คนถามต้องหันมามองตามด้วยความงุนงง

 

อะไรของมันว่ะ

 

 

ท๊อปรู้สึกไม่เข้าใจ ทำไมอยู่ ๆ ลูกค้าตัวเล็กของเขาก็กลายมาเป็นโฮสต์ ทั้งที่เมื่อวานก็อยู่ด้วยกันในห้องวีไอพี 1 เป็นเวลา 2 ชั่วโมง  แต่ไม่เห็นลูกค้าตัวเล็กคนนี้จะบอกอะไรเขาบ้างเลย แล้วทำไมถึงต้องมาเป็นโฮสต์ด้วยนะ

 

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

เสียงเคาะประตูหน้าห้อง เรียกให้ท๊อปตื่นจากห้วงของความคิด เขาลงจากเตียง เพื่อเดินมาเปิดประตูห้อง ก็เห็นว่าเจ้าของคลับนั้นเองที่เป็นคนเคาะประตู

 

 

มีอะไร

 

เปล่า ก็แค่ไม่เห็นแกไม่อยู่ยินดีกับโฮสต์ใหม่เลยขึ้นมาหา

 

แกบ้าหรือเปล่า ให้น้องมาเป็นโฮสต์ทันทีที่แทคบอกถึงจุดประสงค์ที่มาเคาะประตูจบ ท๊อปก็พูดในสิ่งที่เขาอยากถามออกมาทันที

 

ก็ซึงฮยอนอยากเป็น

 

อยากเป็นแกก็ให้เป็นงั้นเหรอ ไอ้เด็กนั้นไม่เหมาะกับการเป็นโฮสต์ แกก็น่าจะรู้

 

ก็รู้ไง ถึงให้เป็น

ทำไม แกไม่อยากให้ซึงฮยอนเป็นโฮสต์ ถ้าแกไม่อยากให้เขาเป็น แกก็ไปบอกเขาเอาเองสิ

 

หึ ท๊อปเค้นเสียงหัวเราะ ก่อนจะปิดประตู เพื่อจบบทสนทนาทันที โดยไม่สนใจคู่สนทนาอีกเลย

 

 

ไปบอกเขาเองอย่างนั้นเหรอ? แล้วนะให้เขาไปบอกกับซึงฮยอนในฐานะอะไรล่ะ โฮสต์กับลูกค้า หรือโฮสต์รุนพี่กับโฮสต์รุ่นน้อง มันน่าขำในฐานะตัวเองชะมัด ที่ไม่ว่ายังไงก็เป็นได้แค่โฮสต์กับอีกคนที่เขาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ในฐานะอะไรสำหรับเขา

 

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ท๊อปต้องลุกขึ้นจากเตียงมาเปิดอีกรอบ แต่คราวนี้เขาเปิดประตูออกด้วยแรงที่มากกว่าเดิม เพราะเขาเริ่มจะรำคานกับไอ้คนเคาะประตูนี้เหลือเกิน

 

 

มีอะไร จากที่คิดว่าจะกระแทกเสียงใส กลับต้องลดเสียงพูดตามปรกติ เมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูเป็นโฮสต์คนใหม่ของคลับ

 

คือ.... ผมเห็นพี่ไม่อยู่ข้างล่างก็เลยขึ้นมาหาฮ่ะ

 

แค่นี้ใช่มั้ย

 

คือ....

 

ฉันอยากจะนอน ถ้านึกเรื่องพูดออก ก็ค่อยมาบอกตอนทำงานล่ะกัน โฮสต์คนใหม่ท๊อปเน้นเสียงให้ฟังได้ชัด กับคำว่า โฮสต์คนใหม่ก่อนจะปิดประตูห้องไป โดยไม่สนใจคนที่ยืนอยู่หน้าห้องเลย

 

 

ซึงรีได้แต่ยืนมองประตูที่เพิ่งปิดไปอย่างงง ๆ

 

 

พี่ท๊อปโกรธเขา....แล้วพี่ท๊อปโกรธเขาเรื่องอะไร.....

เรื่องที่เขาเป็นโฮสต์นี้เหรอ.....

แต่ที่เขามาเป็นโฮสต์นี้..... ก็เพราะพี่ท๊อปนะ

 

 

 

 

พี่แทคฮ่ะ ถ้าผมจะมาทำงานเป็นโฮสต์พี่แทคจะว่าไรไม่ให้

 

พี่ไม่ว่าอะไรหรอก แต่พี่ไม่ให้เป็น

 

ทำไมล่ะฮ่ะ ผมอยากจะเป็นจริง ๆ นะ ให้ผมเป็นเถอะนะ

 

ซึงฮยอน การเป็นโฮสต์มันไม่ใช่เรื่องสนุก เพียงแค่นายคิดอยากจะเป็นก็เป็นได้นะ

 

แล้วใครว่าผมคิดสนุกล่ะฮ่ะ ผมอยากเป็นโฮสต์เพราะมีเหตุผลอื่นต่างหาก

 

เหตุผลอะไรล่ะ บอกพี่มาสิ ถ้ามันฟังดูดี พี่ก็จะให้นายเป็นโฮสต์

 

คือ.... พี่อย่าขำกับเหตุผลของผมนะ

พี่อาจจะฟังว่ามันดูปัญญาอ่อน แต่ผมจริงจังนะ

 

อืม

 

คือ.... ที่ผมอยากเป็นโฮสต์ เพราะว่า.....อยากให้พี่ท๊อปเขาสนใจผมบ้าง

 

แล้วทำไมต้องเป็นโฮสต์

 

ก็ถ้าเป็นลูกค้าพี่ท๊อปเขาไม่ยอมสนใจผมนี้ฮ่ะ ผมก็เลยหวังว่าถ้าเป็นโฮสต์ด้วยกัน บางทีพี่ท๊อปอาจจะสนใจผมบ้าง หรือไม่ก็ยอมคบกับผม ที่เป็นโฮสต์ไม่ใช่ลูกค้า

 

 

ซึงฮยอนคิดอย่างนั้นจริง ๆ เขารู้ดีว่า ถ้ายังเป็นแค่ลูกค้าต่อไป เขาก็ไม่มีทางที่จะทำให้ท๊อปคบกับเขาได้ ในเมื่อท๊อปบอกมาเองว่าจะไม่คบกับลูกค้า เขาเลยอยากลองเป็นโฮสต์ เผื่อท๊อปจะมีใจยอมคบกับเขาที่เป็นโฮสต์ด้วยกันบ้าง แต่แล้วทำไมกลับกลายเป็นว่าเขามาทำให้พี่ท๊อปโกรธซ่ะได้

 

 

 

+ # + # + # + # + # + # VIP HOST # + # + # + # + # + # +

 

 

 

 

สองทุ่ม เวลาเปิดร้าน โฮสต์ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี จะมีก็แต่โฮสต์ร่างสูง ที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องนอน

 

ท๊อปเดินลงมาทำงานด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย วันนี้เขาไม่ได้อยากทำงานเลยด้วยซ้ำ และหากถามว่าทำไม เหตุผลทั้งหมดก็คงอยู่ที่โฮสต์คนใหม่ ที่กำลังยิ้มร่าเริงให้กับลูกค้าสาวรุ่นแม่อยู่

 

 

พี่ท๊อปฮ่ะ มีลูกค้ารออยู่ที่ห้อง วีไอพีเบอร์ 1 ฮ่ะ แดซองหรือโฮสต์ที่มีฉายาว่าโดราแดซอง กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาท๊อปทันทีที่เขาลงมาสู่คลับ

 

อืม ถึงแม้จะตอบคำพูดของแดซองแต่สายตาของท๊อปก็ยังคงมองไปที่โฮสต์คนใหม่

 

 

ท๊อปละสายตาจากโฮสต์คนใหม่เพื่อหวังจะเดินไปยังห้องวีไอพี 1 แต่แล้วสายตาเขาก็กลับไปเห็นโต๊ะของลูกค้าผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังไม่มีโฮสต์เข้ามาบริการ

 

ลูกค้าสาวคนนั้น กำลังเทผงบางสิ่งบางอย่างลงในแก้วเหล้า โดยเธอพยายามใช้มือปิดซองพลาสติกที่บรรจุผงนั้น กันไม่ให้ใครเห็น โดยหารู้เลยไม่ว่าท๊อปเห็นทุกกิริยาบท และหากให้เขาเดาว่าสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเทลงไปในแก้วเหล้าบนโต๊ะนั้น ก็คงไม่พ้น ยาปลุกเซ็กส์

 

 

ทุเรศชะมัด ท๊อปบ่นออกมา แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะไปหยุดการกระทำของเธอ เขาไม่ใช่โฮสต์ที่ดี และมีจรรยาบรรณในการทำงานมากพอ เขาคิดเพียงแค่ว่าใครได้บริการผู้หญิงคนนี้ ก็ถือว่าเป็นความซวยของคน ๆ นั้น โดยลืมไปว่า ที่ร้านนี้มีโฮสต์เข้ามาใหม่

 

 

ซึงรีที่เพิ่งเดินออกจากโต๊ะลูกค้าคนแรก เดินมาหาลูกค้าคนที่สอง ซึ่งเป็นสาวสวยที่นั่งอยู่คนเดียว เขาเดินออกจากลูกค้าคนแรกมาเพราะว่าพี่แดซองบอกให้เขามาดูแลผู้หญิงคนนี้ และพี่แดซองก็เข้าไปดูแลลูกค้าของเขาคนแรกแทน

 

สวัสดีครับ คุณผู้หญิง เขากล่าวทักทายลูกค้าด้วยถ้อยคำและท่าทางสุภาพ ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาเดียวกับลูกค้าผู้หญิงคนนั้น โดยเว้นช่องว่างให้ห่างพอเป็นพิธี

 

สวัสดีค่ะ คือฉันมาเป็นครั้งแรกก็เลยไม่รู้ต้องทำตัวยังไง แต่ว่าฉันสั่งนี้มาเผื่อคุณแล้วนะค่ะ 

 

 

ซึงรีนั่งมองแก้วเหล้าที่ผู้หญิงสวยคนนี้ชี้ให้เขาดู ถึงเขาจะดื่มเหล้าเป็น แต่เขาก็โดนพี่แทคสั่งห้ามไว้ว่าไม่ให้กินเหล้าในเวลาทำงาน แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดี

 

 

โทษทีนะครับ เด็กคนนี้ไม่กินเหล้าซึงรีหันไปมองคนที่มาช่วยเขาไว้ ก็เห็นเป็นพี่แทยังที่กำลังเดินเข้ามาทางเขา พร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ซึงรี

 

เฮ้น้อง ไปบอกพี่แทคนะ หาอะไรมาเสิร์ฟให้ซึงรีที แทยังหันไปบอกเด็กเสิร์ฟที่เดินผ่านมาพอดีก่อนจะหันมาคุยกับคุณลูกค้าต่อ

 

แก้วนี้ผมขอดื่มแทนละกันนะครับ ว่าแล้วแทยังก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม โดยไม่ได้สนใจรอฟังคำอนุญาติจากคุณลูกค้าเลย พอเด็กเสิร์ฟมาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ซึงรี เขาก็เอาแก้วเหล้าที่เพิ่งดื่มหมด วางลงบนถาดของเด็กเสิร์ฟเพื่อให้ถือกลับไป

 

คุณเพิ่งมาที่นี้เป็นครั้งแรกเหรอครับแทยังทำหน้าที่เป็นโฮสต์ที่ดี โดยการชวนลูกค้าคุย โดยไม่สนใจโฮสต์คนใหม่ที่นั่งคั่นอยู่ตรงกลาง  

 

ชะ......ใช่ค่ะ

 

มิน่า ไม่เคยเห็น

 

ค่ะ

 

พอดีว่าน้องคนนี้ เป็นโฮสต์คนใหม่ ถ้าทำผิดพลาดอะไรก็ให้อภัยเขาด้วยนะครับ

 

ค่ะ

 

งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ แทยังยิ้มให้กับลูกค้า ก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้โฮสต์คนใหม่ได้อยู่กับคุณลูกค้าตามลำพัง

 

 

ซึงรีมองแทยังที่เดินออกไป ก่อนจะหันมามองหน้าคุณลูกค้า ที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าจากที่ยิ้มแย้มตอนเจอเขาแรก ๆ มาเป็นสีหน้าที่ดูกังวล

 

 

ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าครับ บอกผมได้นะ เผื่อผมจะช่วยได้

 

คือ.... ไม่มีอะไรค่ะ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะกันนะค่ะ

 

แต่ว่า....คุณ.... ยังไม่ทันที่ซึงรีจะได้พูดจบ คุณลูกค้าก็ลุกหนีไปซ่ะแล้ว....

 

 

ซึงรีไม่เข้าใจ กับท่าทีที่ดูร้อนรนของคุณลูกค้าที่เดินออกไป นี้เขาทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ หรือว่าเขาบริการไม่ดี อ๊า~ เป็นโฮสต์นี้มันยากจริงแท้

 

ซึงรีไม่รู้ว่าคุณลูกค้าคนเมื่อกี้ซื้อเวลาเขากี่ชั่วโมง และเขาใช้เวลากับคุณลูกค้าไปกี่นาที ตอนนี้เขารู้แต่ว่าเขาเริ่มจะขี้เกียจไปดูแลลูกค้าคนใหม่ เขาเลยขออู้ด้วยการนั่งดื่มน้ำที่เพิ่งได้จากพนักงานเสิร์ฟเมื่อตะกี้นี้

 

 

อ่ะ! นั้นพี่แทยังนิ แต่เอ๊ะ?” ระหว่างที่นั่งอู้มองบรรยากาศรอบคลับ ซึงรีก็หันไปเห็นแทยังเดินขึ้นไปข้างบน โดยมีโฮสต์เบอร์ 1 มาคอยพยุงขึ้นไป พี่แทยังของเขาเป็นอะไร เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่ แล้วทำไมถึงต้องให้พี่จียงมาคอยพยุงด้วยนะ

 

 

ถึงซึงรีจะรู้สึกสงสัย แต่เขาก็ไม่คิดจะเข้าไปถามให้มากความ เขาเลยมาสนใจกับบรรยากาศในคลับต่อ หากมองไปรอบ ๆ คลับ ก็จะเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง แต่ก็มีลูกค้าผู้ชายอยู่บ้างเหมือนกัน เขามองดูพวกโฮสต์ทำงาน ก็จะเห็นโฮสต์แต่ละคนดูแลลูกค้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเป็นกันเอง แล้วพี่ท๊อปของเขาล่ะ จะดูแลลูกค้าคนอื่นอย่างไร จะแตกต่างกับที่ดูแลเขามั้ย

 

 

อ๊ะ!” ซึงรีร้องตกใจ เมื่อกำลังจะยกแก้วน้ำมาดื่ม แต่มีมือดีมาดึงมือเขาไว้ไม่ให้ดื่ม เมื่อเงยไปมองหน้าเจ้าของมือนั้นก็ต้องตกใจไปมากกว่าเก่า เพราะคนที่มาดึงมือเขาไว้ คือ ท๊อป คนที่เขากำลังนึกถึง

 

นายดื่มเหล้าแก้วนี้เหรอ

 

ฮ่ะ แต่.... อ๊ะ!” ยังไม่ทันที่ซึงรีจะได้พูดอะไรต่อ ท๊อปก็จับแก้วเหล้าที่ซึงรีถือไว้วางลงบนโต๊ะ แล้วก็ดึงแขนซึงรี เพื่อลากตัวมาข้างบนห้องของเขา

 

 

ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท ท๊อปก็ผลักตัวซึงรีให้ยืนติดริมประตู แล้วประกบปากตัวเองเข้ากับปากบางของคนตรงหน้าทันที

 

ซึงรีทำตาโตด้วยความตกใจ และงุนงง กับการถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัว แต่แล้วจูบที่รุนแรงก็แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวม เมื่อเขาตอบรับสัมผัสจูบได้อย่างดี

 

 

อืมมมมม เสียงร้องครางของซึงรียิ่งทำให้ท๊อปรู้สึกพอใจ จนไม่อยากจะถอนจูบ แต่ถ้าหากเขายิ่งจูบนานไปกว่านี้ ซึงรีอาจจะไม่มีอากาศหายใจได้ เขาเลยถอนจูบออกมา แต่ก็เป็นเพียงแค่เวลานิดเดียว เขาก็กดจูบลงไปใหม่

 

 

ซึงรีไม่เข้าใจในสิ่งที่ท๊อปทำกับเขา แต่เขาก็ไม่คิดอยากจะถามให้มันมากความ ในเมื่อสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ เป็นสิ่งที่เขาต้องการ เขารักท๊อป หากจะยอมให้ท๊อปจูบมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่ท๊อปจูบเขาล่ะ มันเป็นเพราะอะไร....

 

 

ซึงรีที่นอนอยู่บนเตียงมองท๊อปที่นั่งอยู่บนตัวเขากำลังถอดเสื้อ ผิวเนื้อใต้ชายเสื้อของท๊อปดูขาวเนียนกว่าที่อื่น เขาอยากจะมองให้นานมากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อท๊อปก้มลงมาจูบเขาอีกครั้ง พร้อมกับมือที่กำลังจะถอดเสื้อของเขาออก

 

 

อ๊ะ! ฉันลืม อยู่ดี ๆ ท๊อปก็ถอนจูบ หยุดการกระทำบนเตียง แล้วก็เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือที่อยู่ข้าง ๆ เตียง เขาหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมา ก่อนจะเดินกลับมาหาซึงรี

 

อะไรกันฮ่ะ ซึงรีไม่เข้าใจ เมื่ออยู่ดี ๆ ท๊อปก็หยิบเงินในกระเป๋าแล้วส่งมาให้เขา

 

ค่าตัวนายไง นายเป็นโฮสต์ ถ้าฉันจะทำอะไรกับนาย ฉันก็ต้องซื้อตัวนาย ถึงฉันจะช่วยนายก็เหอะ

 

ช่วย?”

 

ใช่ ที่ฉันทำทั้งหมดนี้ก็เพราะช่วยนาย นายอยากมาเป็นโฮสต์เอง ช่วยไม่ได้ ที่นายจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

 

เรื่องแบบนี้?”

แสดงว่าพี่ก็เคยมีอะไรแบบนี้กับลูกค้า หรือโฮสต์ด้วยกันเองอย่างนั้นเหรอ

 

ฉันไม่เคยมีอะไรกับลูกค้าและก็โฮสต์ด้วยกัน

 

ผมไม่เข้าใจ

ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ทำเลย พี่มาช่วยผมเพราะอะไร ผมมีอะไรให้พี่น่าช่วยอย่างนั้นเหรอ ถึงต้องมาทำกับผมแบบนี้

 

หึ ท๊อปพ้นลมขำ แล้วก็เดินมานั่งลงข้าง ๆ ซึงรี เขาจ้องมองหน้าซึงรีพร้อมกับยื่นมือไปลูปแก้มของซึงรีเบา ๆ

นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอไง

 

รู้สึกอะไรเหรอฮ่ะ

 

ก็นายกินยาปลุกเซ็กส์ไป นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ที่นายตอบรับจูบฉันเมื่อกี้มันก็เพราะฤทธิ์ยานั้นไง ฉันถึงต้องช่วยนาย

 

ยาปลุกเซ็กส์?”

ผมเนี่ยนะกินยาปลุกเซ็กส์

 

อืม ก็เหล้าแก้วที่นายดื่มเมื่อกี้ไง มันมียาปลุกเซ็กส์

 

แก้วเมื่อกี้ แก้วเมื่อกี้มันไม่ใช่เหล้านะฮ่ะ แล้วพี่แทยังก็เป็นคนสั่งน้ำเมื่อกี้มาให้ผม แล้วมันจะมียาปลุกเซ็กส์ได้ยังไงล่ะ

 

แทยังสั่งให้นายท๊อปทำสีหน้าสงสัยเมื่อได้ยิน คำพูดของซึงรี ก็แก้วเหล้าบนโต๊ะนั้น เขาเป็นคนเห็นว่าลูกค้าเทยาปลุกเซ็กส์ลงไป แล้วยังจะมีแก้วอะไรที่แทยังสั่งอีกล่ะ

 

ใช่ฮ่ะ พี่แทยังไม่ให้ผมดื่มเหล้า ก็เลยสั่งเครื่องดื่มให้ใหม่

 

อืมมมมม

แล้วไป โชคดีที่นายไม่ได้กินเหล้าแก้วนั้นไป

 

ฮ่ะ ผมไม่ได้กิน แต่พี่แทยังกิน

 

อะไรนะ! แทยังกิน

 

ฮ่ะ พี่แทยังไม่ให้ผมกิน เขาก็เลยกินแทน

แล้วอย่างนี้พี่แทยังก็กินยาปลุกเซ็กส์ใช่มั้ยฮ่ะ

 

อืม

 

แล้วพี่จะไปช่วยเขามั้ยฮ่ะ

 

บ้าเหรอ ทำไมฉันต้องไปช่วยหมอนั้นด้วยล่ะ ท๊อปบอกกับซึงรี แล้วก็เดินไปหยิบเสื้อที่ตัวเองเพิ่งถอดมาใส่ใหม่ ในเมื่อซึงรีไม่ได้กินยาปลุกเซ็กส์ มันก็คงไม่มีอะไรให้เขาต้องช่วยแล้ว

 

แล้วที่พี่ช่วยผมเมื่อกี้นี้ล่ะ ตอนที่พี่คิดว่าผมกินยาปลุกเซ็กส์ พี่ช่วยผมทำไม พี่จูบผมทำไมฮ่ะ

 

คือ....ฉันช่วยเพราะเห็นว่านายเป็นโฮสต์ด้วยกัน

 

แล้วพี่แทยังเขาไม่เป็นโฮสต์เหรอ ทำไมพี่ถึงไม่ช่วยเขาล่ะ

 

นายอยากให้ฉันไปช่วยมันหรือไงท๊อปยืนถามซึงรีอยู่ปลายเตียง คำตอบของซึงรีมันทำให้เขาลุ้นเหลือเกิน หากซึงรีบอกอยากให้เขาไปช่วยแทยัง แล้วเขาควรจะทำยังไง ไปช่วยแทยังอย่างที่ซึงรีบอกอย่างนั้นเหรอ

 

เปล่าฮ่ะ ผมไม่อยากให้พี่ไปช่วยใคร ไม่ว่าใครที่เป็นคนได้กินยาปลุกเซ็กส์ ผมก็ไม่อยากให้พี่เข้าไปช่วย นอกจากผมคนเดียว ซึงรีตอบคำถามโดยไม่มองหน้าคนฟัง เขาก้มหน้าก้มตาพูด โดยไม่รู้เลยว่าท๊อปมายืนอยู่ใกล้ตัวเขาแล้ว

 

ฉันก็ไม่คิดจะช่วยใครหรอก นอกจากนาย ไม่เพียงแค่พูด ท๊อปยังก้มลงไปจูบที่ปากบางของซึงรี แล้วซึงรีก็รับสัมผัสของเขาได้ดี หากที่ซึงรีทำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะยาปลุกเซ็กส์ แล้วมันเพราะอะไรกัน ทำไมซึงรีถึงไม่รังเกียจจูบของเขาเลย แถมยังดูจะชอบมันซ่ะด้วย

 

นี้ซึงฮยอน ถ้านายไม่ได้กินยาปลุกเซ็กส์ แล้วนายไม่รังเกียจเหรอที่ฉันจูบ แถมยังตอบรับจูบฉันได้ดีอีก ท๊อปถอนจูบออกมาแล้วก็ถามตรง ๆ เล่นเอาคนตอบตั้งหลักไม่ทันเลยทีเดียว

 

ผมไม่รังเกียจหรอกฮ่ะ ก็คนที่ผมรักจูบผม ผมจะรังเกียจได้ไง

 

 

อ๊า~ คนที่ผมรักอย่างนั้นเหรอ ซึงฮยอนรักเขาอย่างนั้นเหรอ แล้วความรู้สึกเขาล่ะ.....

มันก็คงไม่ต่างจากซึงฮยอนมากเท่าไรหรอก ในเมื่อเขาเองก็ไม่รังเกียจที่จะจูบซึงฮยอน.....

 

 

ในเมื่อไม่รังเกียจที่จะจูบ เขาก็จูบซึงฮยอนอีกครั้ง แต่คราวนี้ซึงฮยอนไม่เพียงแค่ไม่ตอบรับจูบ กลับดันตัวเขาออกอีกต่างหาก

 

 

แล้วพี่ล่ะฮ่ะ

 

ทำไม?”

 

พี่รังเกียจหรือเปล่าที่จะจูบคนอย่างผม หรือว่าพี่แค่อยากจูบเพราะช่วยผม

 

....ท๊อปไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ยิ้มออกมากลับคำถามของซึงรีก่อนจะก้มลงไปกระซิปที่ข้างหู

ฉันเองก็ไม่รังเกียจหรอก ที่จะจูบคนที่ฉันรัก

 

 

ทั้งคู่ต่างมองสบตากัน ก่อนที่บทเพลงจูบจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็คงจะมากกว่าจูบ ในเมื่อคนตัวเล็กตรงหน้าท๊อปนี้ ทำหน้าตา และหน้าที่เปรียบเสมือนยาปลุกเซ็กส์ชั้นดี

 

 

ในคือนี้ท๊อปไม่ได้ทำลายกฎที่ตัวเองตั้งไว้ ห้ามเป็นแฟนกับลูกค้า ในเมื่อคืนนี้ซึงรีไม่ได้เป็นลูกค้า เขาก็คงยังไม่ทำลายกฎ เพียงแค่เขาแค่แหกกฎนิดหน่อย

 

 

สถานที่...ที่ให้คุณมีความสุข

 

สถานที่...ที่ทำให้คุณสบายใจ

 

สถานที่...ที่มีคนเข้าใจคุณ

 

สถานที่...ที่แห่งนี้ทำให้คุณมีความรัก

 

สถานที่...แห่งนั้น คือ ‘VIP HOST’

 

อย่าลืมมาใช้บริการเรานะครับบบบบ

 

 

The end

 

 

Talk : ก้มกราบคุณผู้อ่าน อย่างเสียใจ จะบอกว่าเป็นอะไรที่แต่งได้แบบไม่ดีเลยอ่ะ

อ่านเองยังรู้สึกว่าไม่ดี ขอโทษคุณผู้อ่านด้วยละกันน้า

ตอนแรกก่ะจะแต่งแบบ nc สุด ๆ ไปเลย แต่ดันเป็นคนแต่ง nc ไม่เก่ง

แต่งมาแล้ว มันแย่สุด ๆ เลยเอาเป็นแค่จูบอย่างเดียวดีกว่า

แต่ก็หลายจูบอยู่เหมือนกันนะนั้น

 

บางคนอาจจะสับสน ทำไมซึงรี ทำไมซึงฮยอน จะบอกว่าคนแต่งเองก็สับสน

แต่ตอนที่ซึงรีเป็นโฮสต์ก็จะใช้ซึงรี แต่ตอนเป็นลูกค้าก็จะใช้ซึงฮยอน

 

ยังไงฟิคเรื่องนี้คงไม่สนุกและอาจจะผิดหวังยังไงก็ขอบคุณสำหรับการติดตาม

ขอบคุณจ้า ก้มกราบอีกทีงาม ๆ

 

SF : VIP HOST#1

posted on 24 Sep 2009 01:11 by welovetoptory

 

 

Title: VIP HOST
Cast: TOPTORY[YBGD]
Rate: PG
Author: ugra

 

 

<<<<<<<<<< ~ “VIP HOST” ~ >>>>>>>>>>

 

 

ตอนที่ 1

 

VIP HOST เป็นโฮสต์คลับที่มีชื่อเสียงในด้านบริการที่จะทำให้ลูกค้า ทุกเพศ ทุกวัย มีความสุข และประทับใจกับการมาเที่ยวที่โฮสต์คลับแห่งนี้ แต่ทว่าความสุขของโฮสต์คลับแห่งนี้มักจะเริ่มกันตอนกลางคืนที่ฟ้ามืด และก็จบในตอนเช้าที่ท้องฟ้าใกล้สว่างสดใส

 

อี ซึงฮยอน เด็กหนุ่มตัวเล็กมายืนอยู่หน้าร้านโฮสต์คลับที่มีชื่อว่า ‘VIP HOST’... เขายืนมองดูบอร์ดที่จัดอยู่หน้าร้าน มันเป็นบอร์ดจัดอันดับหนุ่มโฮสต์ ซึ่งแน่นอนว่าโฮสต์ที่อยู่อันดับที่ 1 จะเป็นโฮสต์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้ามากที่สุด ส่วนที่ 2 และ ที่ 3 ก็จะได้รับความนิยมมาตามลำดับ

 

ซึงฮยอนมองดูลำดับของโฮสต์แล้วไม่นึกสงสัย ว่าทำไมที่ 1 ถึงยังเป็นของโฮสต์ที่ชื่อว่า จีดราก้อน และก็ไม่เคยมีใครมาแย่งตำแหน่งนี้ไปจากเขาได้ ก็โฮสต์คนนี้ เป็นโฮสต์ที่เอาใจลูกค้าเก่ง แถมยังเข้าใจอารมณ์ของลูกค้าได้ดีอีกต่างหาก มันเลยทำให้เขาอยู่ที่ 1 มาตลอดทุกอาทิตย์ ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ส่วนโฮสต์ที่ได้อันดับ 2 เป็นของ แทยัง เโฮสต์ที่สาว ๆ รุ่นพี่หลายคนต่างหลงใหล เพราะผู้ชายคนนี้ เป็นคนที่ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุด และมันก็ไม่แปลกเลยที่โฮสต์คนนี้จะเลื่อนจากที่ 3 มาอยู่ที่ 2 แทน ส่วนอันดับที่ 3 นั้น ก็ตกมาจากอันดับ 2 โฮสต์คนนี้มีชื่อว่า ท๊อป

 

ซึงฮยอนมองภาพโฮสต์ที่ได้อันดับสามแล้วก็ยิ้มขำกับตำแหน่งที่ล่วงหล่นของโฮสต์คนนี้... มันไม่แปลกเลยเหมือนกัน ที่ตำแหน่งของท๊อปจะอยู่ไม่คงที่ คงทน มันเลื่อนขึ้นเลื่อนลงตลอดเวลา เพราะโฮสต์คนนี้เป็นคนที่บริการตามใจตัวเอง ไม่ได้บริการตามใจลูกค้าเหมือนกับโฮสต์คนอื่น ๆ  แต่ด้วยความที่ว่าเขามีหน้าตาและบุคลิกดี เลยทำให้เขาขึ้นมาอันดับสูงบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยแย่งที่ 1 ไปจากจีดราก้อนได้เหมือนกัน

 

สวัสดีครับ คุณหนูซึงฮยอน เพิ่งกลับจากโรงเรียนเหรอครับ ทันทีที่ซึงฮยอนเปิดประตูเข้าไปในร้าน พนักงานร่างหนา ตาตี่ที่กำลังทำความสะอาดร้านอยู่ก็กล่าวทักทายซึงรี

 

ฮ่ะ พี่แดซอง

ว่าแต่...พี่แทคอยู่มั้ยฮ่ะ

 

อยู่ครับ อยู่ข้างบนห้องทำงาน

 

งั้นซึงฮยอนขอตัวไปหาพี่แทคก่อนนะฮ่ะ

 

ครับ

 

 

ซึงฮยอนยิ้มให้พนักงานร่างหนาก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของตึก เขาเดินไปยังห้องฝั่งซ้ายมือที่อยู่หลังสุด ซึ่งเป็นห้องของญาติตัวเองและก็เป็นเจ้าของโฮสต์คลับแห่งนี้

 

 

อ้าว ซึงฮยอน มาแล้วเหรอเจ้าของห้องกล่าวทักทายทันทีที่เห็นผู้บุกรุกเดินเข้ามาในห้องของเขา ที่เขากำลังนั่งทำงานอยู่ตรงโต๊ะทำงาน

 

ฮ่ะพี่แทค

 

แล้วนี้ ทำไมไม่กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนล่ะ รีบมาที่นี้ทำไม

 

ผมขี้เกียจกลับฮ่ะ พอดีวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านซึงฮยอนบอกกับเจ้าของห้องแล้วหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม กับที่แทคนั่งอยู่

 

อืมมมม งั้นรอที่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปตามไอ้ท๊อปมาให้

 

ไม่ต้องหรอกฮ่ะ นี้ยังไม่ถึงเวลาทำงานของพี่เขาเลย ผมไม่อยากรบกวน

 

อืมมมม แล้วนี้กินอะไรมาหรือยัง หิวมั้ย

เดี๋ยวพี่ไปหาอะไรให้กินเอามั้ย

 

ไม่ต้องหรอกฮ่ะ ไว้รอกินกับพี่ท๊อปดีกว่า

 

อืมมมม จะไปรอมันที่ห้องก็ได้นะ แต่ไม่รู้จะตื่นหรือยัง

 

ผมรอเขาที่ห้องพี่ดีกว่าฮ่ะ ไว้ถึงเวลาค่อยไปหาเขา

 

อืมมมม ตามใจนายละกัน

 

พี่แทคฮ่ะ

 

หืม?”

 

พี่พูดคำอื่นเป็นมั้ยฮ่ะ นอกจาก อืมมมม อืมมมม และก็อืมมมม ซึงฮยอนพูดล้อเลียนและทำท่าทางให้แทคตอนที่พูดกับเขา ก็ตั้งแต่คุยมาหลายประโยค ญาติคนสนิทที่เขารักเหมือนพี่ชาย ก็จะเริ่มพูดประโยคด้วยคำว่า อืมมมม อย่างเดียวเลย

 

อ้าว แล้วจะให้พี่พูดคำไหนล่ะ บอกอะไรไป นายก็ปฏิเสธตลอด หรือจะให้พี่พูดว่า.... ซึงฮยอนกลับบ้านไปซ่ะ!”

 

พี่ไล่ผมเหรอ

 

เฮ้ย! ฉันแค่ยกตัวอย่าง ไม่ได้ไล่นะ แทครีบอธิบายทันทีที่เห็นน้องชายตัวเล็ก ทำท่าจะงอนใส่เขาจริง ๆ

 

ผมรู้แล้วน่า พี่แทคไม่กล้าไล่ผมหรอก ซึงรียิ้มให้แทคจนเห็นเขี้ยว เขารู้ดีว่าพี่ชายคนนี้แคร์เขามากกว่าใคร ๆ เขาก็เลยรักพี่ชายคนนี้มากที่สุด รักมากจนคิดว่าแทคเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเขาจริง ๆ

 

นี้...พี่แทค

 

จะหาเรื่องอะไรพี่อีกล่ะแทคละสายตาจากงานที่ทำอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง เพื่อมองหน้าน้องชายที่อยู่ ๆ ก็เรียกเขาขึ้นมา

 

โถ่พี่ ผมไม่ได้หาเรื่องอะไรสักหน่อย ก็แค่อยากจะถามอะไรหน่อย

 

ถามอะไรล่ะ

 

โฮสต์ที่นี้ห้ามเป็นแฟนกับลูกค้าเหรอฮ่ะ

 

ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ

 

 

 

 

ทำไมเขาถึงถามแบบนี้นะเหรอ.....

 

 

 

 

พี่ท๊อปฮ่ะ มีลูกค้าคนไหนที่พี่ชอบบ้างมั้ยฮ่ะ

 

ถ้าแค่ชอบ ก็พอมี

 

แล้วถ้าเขาเองก็ชอบพี่ แล้วเขามาบอกรักพี่ พี่จะคบกับเขาเป็นแฟนมั้ยฮ่ะ

 

ไม่อ่ะ ฉันจะไม่คบกับลูกค้าเป็นแฟน

 

 

ซึงฮยอนนึกไปถึงบทสนทนาของเขากับโฮสต์อันดับสาม ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...

 

ซึงฮยอนก็แค่อยากรู้ว่าโฮสต์อย่างท๊อปจะคบกับลูกค้ามั้ย ถ้าเกิดใจตรงกัน แต่คำตอบที่ได้มันทำให้เขารู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ แต่ในใจก็แอบคิดว่ามันอาจเพราะเป็นกฎของคลับ วันนี้เขาเลยมาถามเอากับแทคญาติของเขา ที่เป็นเจ้าของคลับแห่งนี้

 

 

ไม่มีไรหรอกฮ่ะ ผมก็แค่อยากรู้ ซึงฮยอนตอบคำถามของแทค ที่ตอนนี้จ้องเขาอย่างจับผิด

 

โฮสต์ที่นี้ ไม่มีกฏบังคับหรอก ว่าห้ามเป็นแฟนกับลูกค้า

เรื่องของความรักมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ

 

อ้าว แล้วถ้าโฮสต์บางคนไม่ยอมเป็นแฟนกับลูกค้านี้เป็นเพราะอะไรล่ะฮ่ะ

 

พี่ก็ไม่รู้หรอก ถ้าอยากรู้ก็ไปถามไอ้ท๊อปมันเอาเองสิ

 

มันเกี่ยวอะไรกับพี่ท๊อปล่ะ ผมก็แค่อยากรู้เลยยกตัวอย่างขึ้นมา ไม่เกี่ยวกับพี่ท๊อปซ่ะหน่อย..... ซึงฮยอนบอกกับแทค แต่ก็ไม่ได้หันไปมองหน้าคนที่พูดด้วยเลย เขาหันไปมองทางอื่น เพราะหากจ้องหน้ากัน พี่แทคคงรู้แน่ว่าสิ่งที่เขาถามนี้ มันเกี่ยวกับท๊อปโดยตรงเลย

 

ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเกี่ยวกับท๊อปนิ ก็แค่ให้ไปถามเฉย ๆ

อย่าร้อนตัวน่า แทคยิ้มดีใจที่แกล้งน้องชายตัวเล็กได้ เขารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าที่ซึงฮยอนถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นเพราะอะไร....

 

 

ถึงแม้เขาจะไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ แต่เขาก็พอจะรู้ว่าน้องชายตัวเล็กของเขาคิดยังไง และรู้สึกอะไรกับโฮสต์ร่างสูงที่เป็นลูกน้องของเขา....

 

ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยคิดห้ามในความรู้สึกนี้ของน้องชาย เพราะเรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้จริง ๆ.....

 

 

 

+ # + # + # + # + # + # VIP HOST # + # + # + # + # + # +

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องนอนทำให้ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังนอนหลับใหลต้องลืมตาตื่นขึ้นมา....ท๊อปที่ตื่นเพราะเสียงเคาะหน้าประตู ขยี้ตาตัวเองก่อนจะลุกขึ้นมาเปิดประตู

 

มีอะไร ท๊อปถามออกมา ทั้ง ๆ ที่มือก็ยังคงจับอยู่ที่ประตู เพื่อให้มันเปิดอ้า และตัวของเขาเองก็ยืนคั่นอยู่ระหว่างประตูกับขอบประตู

 

ถึงเวลาทำงานแล้วนะฮ่ะ คนที่เคาะประตูหรืออี ซึงฮยอนยืนอยู่หน้าประตู บอกกับท๊อปถึงเหตุผลที่เขาต้องมาเคาะประตู แล้วขัดจังหวะการนอนของท๊อป

 

วันนี้ฉันขอทำงานสายละกัน ง่วงนอน พูดจบก็ทำท่าจะปิดประตูจริง ๆ แต่ทว่าคนที่อยู่นอกห้องกลับไวกว่า จึงผลักประตูไว้ได้

 

ไม่ได้นะพี่ท๊อป จะทำงานสายได้ไง

 

ทำได้ดิ ก็คนมันง่วงนอน จะให้ทำไงล่ะ!”

 

แต่ว่า....

 

นี้!... ไอ้ลูกจ้าง

อย่าลืมสิ ว่าฉันจ่ายเงินให้นาย เพื่อดูแลน้องฉันตามเวลาที่กำหนดไว้นะเสียงทุ่มใหญ่ดังมาจากข้างหลังซึงฮยอน ทำให้ท๊อปและซึงฮยอนหันไปดูก็เห็นแทคยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเอง

 

นี้!.... ไอ้เจ้านาย

อย่าลืมสิ ว่าเป็นเพราะใครกันที่ทำให้ฉันต้องนอนตอนเที่ยง

ไม่ใช่เพราะนายหรอกเหรอ ที่ให้ฉันดูแลผู้หญิงเรื่องมากคนนั้น ท๊อปเถียงเจ้านายของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก็ไอ้เจ้าของคลับแห่งนี้ มันอายุน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่บ้านของมันรวยมาก ก็เลยมีเงินเปิดคลับแห่งนี้ ซึ่งต่างจากเขาที่จนมาก แม้กระทั่งบ้านของตัวเองก็ไม่มีปัญญาเช่าอยู่ จึงมาอาศัยคลับแห่งนี้เป็นที่หลับนอน

 

นี้พี่ท๊อปเพิ่งนอนตอนเที่ยงเหรอฮ่ะ

 

ก็ใช่นะสิ แล้วนี้มันห้าโมงกว่าเอง ฉันเพิ่งได้นอนไปห้าชั่วโมงเองนะ

เวลาแค่นั้นมันไม่เพียงพอสำหรับฉันหรอก อย่าลืมสิ ฉันเป็นโฮสต์นะ ถ้าหน้าฉันโทรมมาจะว่าไง...ไอ้เจ้านาย

ฉันอาจจะเรียกลูกค้าให้นายไม่ได้เลยนะ ท๊อปยกเหตุผลที่ทำให้แทคเถียงไม่ออก มันก็จริงอย่างที่ท๊อปว่า หากโฮสต์ในคลับหน้าโทรม แล้วลูกค้าที่ไหนจะไปพอใจ

 

เออ มันก็จริง แต่ยังไงนายก็ต้องดูแลซึงฮยอนอยู่ดี

 

น้องนายไม่ใช่เด็กทารกนะ ที่จะต้องมีคนมาคอยดูแลตลอดเวลา

 

เสียงดังอะไรกันแต่เย็นเลยเนี่ย เสียงเล็ก ๆ ของผู้ชายดังขึ้นมาจากห้องข้าง ๆ ท๊อป ทำให้สามคนที่สนทนากันอยู่หันไปดูก็เห็นโฮสต์อันดับ 1 ยืนอยู่ที่ประตูห้องของตัวเอง ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ติด ๆ กับห้องของท๊อป

 

อ้าว ซึงฮยอน หวัดดี จียงเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา โดยกล่าวทักทายกับคนตัวเล็ก พร้อมกับยื่นมือไปกอดบ่าไว้ ด้วยความเคยชิน ที่เวลาอยู่ใกล้คนตัวเล็กนี้ เขาจะถึงเนื้อถึงตัวตลอด

 

หวัดดีฮ่ะ พี่จียง

 

ตกลงแล้ว ที่เสียงดังนี้ เถียงอะไรกันเหรอ

 

ก็พี่ท๊อปเขาไม่ยอมทำงานฮ่ะ

 

ทำงาน?”

อ๋อออ ที่ต้องดูแลเราทุกวัน ตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มเวลาร้านเปิดอ่ะเหรอ

 

ใช่ฮ่ะ

 

อืมมม ถ้าท๊อปไม่ยอมทำ งั้นพี่ทำแทนก็ได้ ดูแลซึงฮยอน มันคงไม่ยากลำบากอะไรหรอก

 

ไม่ต้องเลย คนอย่างแกให้ดูแลเจ้านี้อ่ะ อันตรายที่สุด ท๊อปไม่เพียงแค่พูด เขายังดึงตัวซึงรีให้ออกจากไอ้แขนปลาหมึกที่จียงเกาะไว้ มายืนอยู่ข้าง ๆ เขาในห้องนอน

 

อะไรกัน อยู่กับโฮสต์เบอร์หนึ่ง อันตรายตรงไหน

 

ก็ไอ้ตรงถึงเนื้อ ถึงตัวลูกค้าเนี่ยแหล่ะ อันตรายที่สุด พูดจบท๊อปก็ปิดประตู ไม่สนใจคู่สนทนาที่ยังคงยืนอยู่หน้าห้องอีกเลย

 

อะไรของมันเนี่ย แทคบ่นออกมาเพราะไม่เข้าใจถึงการกระทำของลูกจ้างคนนี้ เมื่อกี้ยังบ่นไม่อยากทำ แต่ตอนนี้มันดันลากตัวลูกค้าเข้าไปในห้องซ่ะแล้ว

 

ไอ้นี้! บอกคนอื่นถึงเนื้อถึงตัว แล้วมันล่ะ เอาเข้าไปในห้องเฉยเลย....

แทคฮยอน ฉันว่าวันนี้น้องชายนายคงไม่ปลอดภัยแน่.... จียงทิ้งคำพูดให้แทคได้คิด ก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง

 

นี้! ไอ้ท๊อป ถ้าแกทำอะไรน้องฉันล่ะก็ ฉันเอาแกตายแน่!” แทคตะโกนขู่ท๊อปอยู่หน้าประตู แต่ดูเหมือนคำขู่ของเขามันคงจะไม่ได้ผล เพราะไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลย

 

ฉันพูดจริงนะโว๊ย!!! ถ้าแกคิดจะปล้ำซึงฮยอนล่ะก็ แกได้ตายด้วยมือฉันแน่

 

ไอ้บ้านี้ ฉันจะนอน เลิกโวยวายได้แล้ว

น้องแกฉันไม่ปล้ำหรอกน่า ท๊อปตะโกนบอกออกไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังคงนอนอยู่บนเตียง โดยมีแขกที่เขาลากเข้ามาในห้องด้วย ยืนอยู่ตรงประตู ตั้งแต่เขาลากเข้ามา

 

จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย

 

แล้วพี่จะให้ผมอยู่ตรงไหนล่ะ ซึงฮยอนถามออกไป ใช่ว่านี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าห้องนี้ แต่ทุกครั้งที่เขาเข้ามาห้องนี้ก็แค่ปลุกท๊อปเท่านั้น แต่นี้ท๊อปลากเขาเข้ามาอยู่ด้วยในห้อง แล้วเขาควรจะทำยังไง จะยืนตรงไหน จะนั่งตรงไหน ตอนนี้สมองเขาคิดอะไรไม่ออกเลย

 

จะอยู่ตรงไหนก็ตามใจนายเถอะ เพียงแต่อย่าออกไปจากห้องนี้ ไม่อย่างงั้น พี่นายมันคงจะด่าฉันเรื่องไม่ยอมทำงานอีก

แล้วก็.... หกโมงปลุกฉันด้วย จะได้พาไปกินข้าว

 

ฮ่ะ

 

คำสั่งของท๊อปที่ดูเหมือนคนฟังจะเข้าใจ ทำให้ท๊อปล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และก็หลับไปในที่สุด

 

 

 

 

#%#%#%#%#%#%#%#

 

 

 

 

เสียงอึกทึกโวยวายที่ดังมาจากข้างนอกทำให้ท๊อปต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และฟังจากเสียงโวยวายเขาก็รู้ทันทีว่ามันไม่ใช่ใคร นอกจากไอ้เจ้าแดซองที่มักจะส่งเสียงดังทุกวันก่อนจะถึงเวลาเปิดร้าน

 

 

 

 

เวลาร้านเปิดงั้นเหรอ?....

 

 

 

 

ท๊อปรีบลุกขึ้นนั่งจากเตียงเพื่อมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตรงมุมหัวนอน เขาก็เห็นว่าเป็นเวลา ทุ่มสี่สิบเก้า.... ท๊อปรีบมองหาคนที่เขาสั่งให้ปลุกตอนหกโมงก่อนนอน แต่ก็ไม่เห็นใครสักคนภายในห้อง เลยทำให้เขารีบรุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะไปเปิดประตู แต่ว่าประตูกลับถูกเปิดขึ้นมาซ่ะก่อน

 

คนที่ท๊อปกำลังตามหาอยู่เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับถือถุงบางอย่างเข้ามาในห้อง ซึ่งทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามาแล้วเห็นท๊อปยืนอยู่ตรงหน้าประตูพอดี ก็ทำให้ซึงฮยอนสะดุ้งเล็กน้อย

 

 

ตื่นแล้วเหรอฮ่ะ

 

นายไปไหนมา ท๊อปไม่ได้ตอบคำถามของซึงฮยอน แต่ถามคำถามกลับไปแทน

 

ผมไปซื้อข้าวมาฮ่ะซึงรีบอกพร้อมกับชูถุงที่เขาถืออยู่ในมือเพื่อยืนยันกับท๊อปว่าเขาไปซื้อข้าวมาจริง

 

ฉันบอกให้ปลุกตอนหกโมง แล้วทำไมไม่ยอมปลุก

 

ก็ผมเห็นพี่นอนหลับสนิท เลยไม่อยากปลุก

ว่าแต่พี่หิวหรือยังฮ่ะ ลงไปกินข้าวข้างล่างกัน

 

แล้วนายล่ะ หิวมากหรือเปล่า ท๊อปถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะปกติซึงฮยอนกับเขาจะกินข้าวด้วยกันตอนหกโมงเย็นทุกวัน แต่ว่านี้มันเกือบจะสองทุ่มแล้ว ซึงฮยอนเองก็คงจะหิวอยู่ไม่น้อย

 

ไม่ฮ่ะ วันนี้ผมไม่ค่อยหิว

 

อืมมม ทีหลังถ้าหิวก็กินไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอฉัน

 

ไม่เอาหรอกฮ่ะ ผมอยากกินข้าวกับพี่

 

 

ท๊อปมองซึงฮยอนที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาไม่มองเขา...  เขาอยากบอกกับคุณลูกค้าตัวเล็กคนนี้เหลือเกิน ว่าอย่าพูดกับเขาแบบนี้อีก เพราะมันจะทำให้เขาพังกฏที่ตัวเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

 

 

 

 

ห้ามเป็นแฟนกับลูกค้า....

 

 

 

 

 

ไปกินข้าวกันเถอะ ท๊อปบอกกับซึงฮยอนแล้วก็เดินออกจากห้องไป โดยมีซึงฮยอนเดินตามมาติด ๆ

 

พวกเขาทั้งคู่เดินมายังห้องครัว ที่อยู่ข้างในสุดของชั้นแรก พอเปิดประตูห้องครัวเข้าไป ก็เห็นพ่อครัวประจำร้านสองคนกำลังทำความสะอาดครัวอยู่

 

หวัดดีครับ

 

หวัดดีฮ่ะ คุณลุงจองชิน คุณลุงฮยอนซอก ซึงฮยอนกล่าวทักทายพร้อมกับท๊อป เขากล่าวทักทายคุณลุงสองคนที่เป็นพ่อครัวใหญ่ของคลับแห่งนี้

 

หวัดดี เด็ก ๆ คุณลุงจองชินที่กำลังล้างจานอยู่หันมาทักทายซึงฮยอนกับท๊อปพร้อมกับยิ้มให้เด็กทั้งสองคน ที่กำลังจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร

 

วันนี้มากินข้าวที่นี้กันเหรอ คุณลุงฮยอนซอกถามเด็กทั้งสองคนพร้อมกับเดินมาหาถึงโต๊ะอาหารที่ท๊อปกับซึงฮยอนกำลังนั่งแกะอาหารในถุงใส่จานอยู่

 

ฮ่ะ

 

อืม ไปซื้อกันมาเหรอ ทำไมไม่ให้ลุงทำให้ล่ะ

 

พวกเราไม่อยากรบกวน

แค่พวกลุงทำงานที่ร้านนี้ก็เหนื่อยมากพอแล้ว พวกเราเกรงใจ

 

แกจะบอกว่าฉันแก่จนแค่ทำงานก็เหนื่อยเหรอไงไอ้ท๊อป จองชินหยุดล้างจานรีบหันมาถามท๊อปทันที เพราะเขารู้ดีว่าไอ้โฮสต์ร่างสูงคนนี้ไม่มีทางมาเป็นห่วงคนอื่น อย่างที่มันพูดหรอก

 

ผมไม่ได้พูดสักหน่อย พวกลุงอ่ะคิดไปเอง แต่มันก็จริงนะ

 

ไอ้นี้ ฮยอนซอกที่ยืนใกล้ ๆ ท๊อป ถวายฝ่ามือตบหัวท๊อปไปหนึ่งที โทษฐานที่มาว่าพวกเขาแก่

 

ผมล้อเล่นน่า พวกลุงนะยังไม่แก่ซ่ะหน่อย แข็งแรงจะตายยยย

 

ไอ้นี้! อยากจะโดนอีกทีเหรอไง

 

โถ่~ลุง ผมพูดเล่นน่า ท๊อปพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาเพื่อป้องกันฝ่ามือที่ลุงฮยอนซอกจะถวายมาที่หัวของเขาอีกรอบ

 

ซึงฮยอนลุงว่าเปลี่ยนโฮสต์เถอะ คนอื่นที่ดี ๆ กว่าหมอนี้มีเยอะแยะ ไม่น่าไปเรียกใช้ ไอ้เด็กคนนี้เลย

 

อะไรกันลุง ผมนะบริการดีจะตาย ไม่งั้นหมอนี้คงไม่ติดใจหรอก

 

เหอะฮยอนซอกนึกขำ กับคำหลงตัวเองที่ไอ้โฮสต์อันดับสาม กล้าพูดขึ้นมา

ติดใจแก ไปติดใจจีดราก้อนดีกว่านะ หมอนั้นทั้งบริการดี และดูแลดี

 

อะไรเนี่ยลุง อยู่ดี ๆ ก็จะให้ลูกค้าผมไปใช้บริการไอ้จียง

กลับไปทำความสะอาดเลยไป ท๊อปพูดพร้อมกับดันตัวฮยอนซอกให้ออกไปจากโต๊ะกินข้าว

 

 

ฮยอนซอกเองก็ยอมเดินออกไปแต่โดยดี ทั้ง ๆ ที่แรงผลักของท๊อปนั้น มันไม่ได้แรงจนทำให้เขาเขยิบเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่คิดอยากจะขัดจังหวะการกินข้าว ของเด็กสองคนนี้ ที่อยู่ในฐานะโฮสต์กับลูกค้า

 

 

นี้กินข้าวเสร็จ เดี๋ยวนายไปรอฉันที่ห้องวีไอพีเบอร์ 1 นะ

 

อะ..อะไรนะฮ่ะ ซึงรีถามเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง อยู่ดี ๆ ผู้ชายร่างสูงที่กินข้าวอยู่กับเขา ก็บอกให้เขาไปรอที่ห้องวีไอพีเบอร์ 1 นั้นมันเป็นห้องสำหรับลูกค้าที่ต้องการความส่วนตัว แล้วโฮสต์คนนี้ล่ะ ต้องการความเป็นส่วนตัวอะไรจากเขางั้นเหรอ ถึงบอกให้เขาไปรอที่นั้น

 

ฉันบอกว่า กินข้าวเสร็จให้ไปรอที่ห้องวีไอพี 1 เดี๋ยวฉันจะบริการนาย ชดเชยช่วงเวลาที่ฉันนอนหลับไป

 

จริงเหรอฮ่ะ

 

อืมมมมท๊อปมองสีหน้าที่ยิ้มดีใจของซึงรี แล้วก็ยิ้มออกมา ทำไมกันนะ เด็กคนนี้ถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาได้เช่นนี้ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันแล้ว

 

 

 

+ # + # + # + # + # + # VIP HOST # + # + # + # + # + # +

 

 

 

 

ไอ้ท๊อปมาก็ดีแล้ว ฉันมีลูกค้าคนสำคัญจะให้นายดูแลทันทีที่ร่างของเขาเดินเข้าร้านหลังจากไปทำธุระ เจ้าของร้านตัวใหญ่ก็บอกกับเขา ทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน แล้วจะมีลูกค้าอะไรมาให้เขาดูแล ถ้าลูกค้าคนนั้นไม่ใช่คนสำคัญจริง ๆ

 

ใครว่ะ คนสำคัญ

คุณหญิง คุณนายมีเงินเป็นล้านเหรอไง นายถึงให้ใช้บริการทั้ง ๆ ที่ร้านยังไม่เปิด

 

เหอะ แทคเค้นเสียงหัวเราะขำในความคิดของท๊อป ที่หมอนี้คิดแต่ว่าลูกค้าสำคัญสำหรับเขาต้องเป็นคนรวยเพียงอย่างเดียว

สำคัญยิ่งกว่าคุณหญิงคุณนายอีก ลูกค้าคนนี้

 

แฟนแกเหรอไงว่ะ สำคัญจัง.... หรือว่าเมียแก

 

ไอ้นี้!”

เอาเป็นว่าแกบริการเขาให้ดีละกัน แล้วฉันจะมีโบนัสให้พิเศษ แต่ถ้าแกทำเขาเสียใจ แกได้ตายแน่

 

 

ดูเหมือนว่าขำขู่ของแทคจะไม่ได้น่ากลัวสำหรับท๊อปเลย เพราะเขารู้ดี ถึงแทคจะตัวใหญ่กว่าเขา แต่หมอนี้ก็ไม่มีทางฆ่าเขาจริง ๆ หรอก ไม่อย่างนั้นร้านของแทคคงได้สูญเสียเงินไปหลายวอนแน่ หากโฮสต์ที่เรียกลูกค้าได้ดีอย่างเขาต้องมาจากไป

 

 

ก็แค่โบนัสพิเศษ... แกคิดว่าฉันเห็นแก่เงินเหรอไง ถึงต้องทำงานก่อนเวลาให้แก

 

ว่ะ! ไอ้นี้!!”

แล้วแกจะเอาอะไร ถึงจะยอมทำงานพิเศษก่อนเวลา

 

ฉันอยากได้วันหยุดสักอาทิตย์

 

ก็อีแค่วันหยุด

 

แต่ว่า ภายในวันหยุดนั้น แกต้องจ่ายเงินให้ฉันเหมือนทำงานตามปกติ

 

ห๊า!!!”

 

ไม่มีห๊า จะตกลงไม่ตกลง ถ้าไม่ตกลงฉันก็ไม่ทำ

 

เออ ตกลงก็ได้

 

อืมดีมาก

 

แล้วลูกค้าคนสำคัญของแกอยู่ไหนล่ะ

 

ห้องวีไอพีเบอร์ 1 บริการเขาให้ดีล่ะ

แล้วก็ฝากดูแลร้านด้วย ฉันจะออกไปทำธุระ

 

อืม แกก็ล๊อกหน้าร้านไว้ละกัน แล้วฉันจะไปบริการลูกค้าคนสำคัญของแกให้ดีให้สมกับโบนัสและวันหยุดที่แกให้เลย ไอ้โย่ง

 

แทคยืนมองหลังพนักงานในร้านที่เดินหายเข้าไปยังเขตวีไอพี แต่....เมื่อกี้เขาได้ยินท๊อปพูดว่าโบนัส

โบนัสงั้นเหรอ....ไอ้ท๊อปปปปปปปปปปปป ไหนว่าไม่เห็นแก่เงิน แล้วไมมันถึงพูดว่าจะบริการให้ดีสมกับโบนัสและวันหยุดได้ นี้เขาเสียรู้ให้ไอ้โฮสต์กวนประสาทคนนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย

…………..

………

…..

..

 

ท๊อปเดินไปยังห้อง VIP หมายเลข 1 ตามที่แทคบอก ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าประตูกระจกใส่ ไม่ได้เปิดประตูเข้าไป เพราะเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กกำลังร้องไห้

 

แทคบอกกับเขาว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเด็กผู้ชายขี้แยที่นั่งร้องไห้อยู่ในห้อง แล้วโฮสต์อย่างเขาควรจะบริการลูกค้าคนนี้อย่างไร แถมยังไปรับปากแทคแล้วด้วยสิ ว่าจะบริการให้ดี

 

ท๊อปตัดสินใจเปิดประตูออก และทันทีที่ประตูเปิดอ้า เขาก็เห็นเด็กผู้ชายคนนั้น รีบเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้ามายิ้มให้เขา แต่มันก็เป็นรอยยิ้มสั้น ๆ เพราะทันทีที่เด็กคนนั้นเห็นหน้าเขา ก็หุบยิ้มไปทันที

 

เอ่อ...พี่เป็นใครเหรอฮ่ะ

 

ฉันเป็นโฮสต์ที่นี้ แทคให้ฉันมาบริการนาย

 

บริการ?” ซึงฮยอนทำสีหน้าสงสัย จนท๊อปรู้สึกได้ และก็ตอบข้อสงสัยของซึงฮยอนออกมาทันที

 

ก็นายกำลังเศร้าอยู่ไม่ใช่เหรอ แทคก็เลยให้ฉันมาดูแล

 

แล้วพี่แทคไปไหนฮ่ะ

 

เห็นบอกไปทำธุระ แต่อย่าถามว่าธุระอะไรเพราะฉันไม่รู้

 

เหรอฮ่ะ

งั้นผมกลับบ้านก่อนดีกว่า ซึงฮยอนไม่พูดเปล่า เขายังลุกขึ้นจากโซฟา แล้วจะเดินออกจากห้องไปจริง ๆ แต่ทว่ามือหนาของโฮสต์ที่ยืนอยู่ มาดึงแขนเขาไว้

 

กลับไม่ได้หรอก ไอ้โย่งขู่ฉันไว้ ถ้าฉันทำให้นายเสียใจ มันจะฆ่าฉัน

 

แต่พี่ไม่ได้ทำให้ผมเสียใจนี้ฮ่ะ งั้นไม่ต้องกลัวพี่แทคจะฆ่าหรอก

 

ถึงฉันจะไม่ได้ทำให้นายเสียใจ แต่ว่าตอนนี้นายก็เสียใจอยู่ไม่ใช่เหรอ เพราะอย่างงั้น ฉันเลยให้นายกลับไม่ได้ พูดจบท๊อปก็ดึงตัวลูกค้าคนสำคัญให้กลับไปนั่งที่เดิม โดยเขาเองก็นั่งลงข้าง ๆ ลูกค้าตัวเล็กคนนี้

 

.... ถึงปากจะบอกไม่ให้ลูกค้ากลับ แต่เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ เงียบ และเงียบ

 

 

แต่แล้วก็มีเสียงบางอย่างขึ้นมาทำลายความเงียบ ซึ่งมันเป็นเสียงเบา ๆ จนท๊อปเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงอะไร เขาเลยหันไปมองยังต้นเสียง ก็เห็นลูกค้าตัวเล็กกำลังนั่งร้องไห้อีกครั้ง

 

 

ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยบริการเด็กขี้แยซ่ะด้วยสิ แล้วเขาควรจะทำไงดี....

 

 

หากเป็นโฮสต์คนอื่น คงจะยื่นผ้าเช็ดหน้า หรือหยิบกระดาษเช็ดชู่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาเช็ดน้ำตาให้เด็กคนนั้น แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เลย เรื่องอะไรล่ะ เขาต้องทำแบบนั้นให้เด็กคนนี้ ทั้ง ๆ ที่ เด็กนี้ร้องไห้เรื่องอะไร เขาก็ไม่รู้ หากจะให้เขาปลอบยิ่งแล้วใหญ่ อยู่ดี ๆ ก็มาร้องไห้ แล้วจะให้เขาปลอบเรื่องอะไรล่ะ

 

 

นี้! ร้องทำไมอ่ะ น้ำเสียงของท๊อปไม่ได้บ่งบอกถึงความห่วงใย แต่ติดไปด้วยความลำคาญมากกว่าซ่ะด้วยซ้ำ

 

.... ซึงฮยอนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่รีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออก แล้วทำเหมือนกับว่า เขาไม่ได้ผ่านการร้องไห้มา ทั้ง ๆ ที่น้ำในตามันเริ่มออกมาเอ่อร้นอยู่รอบดวงตาอีกครั้ง

 

ถ้าจะร้องไห้ ก็ร้องออกมาเถอะ ร้องเสร็จก็บอกฉันด้วยละกันว่าร้องเรื่องอะไร ฉันจะได้เข้าใจ และบริการนายถูก

 

 

ทันทีที่จบประโยค น้ำตาที่ซึงฮยอนพยายามจะกลั้นไว้ มันก็เอ่อร้นออกมาจากขอบตา ตอนนี้เขายอมเป็นคนอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนที่เขาไม่รู้จัก เรื่องที่เขาพอเจอมาในวันนี้มันโหดร้ายเหลือเกิน พ่อกับแม่เขาอยู่ดี ๆ ก็มาบอกว่าจะเลิกกันแล้วแยกกันอยู่ เขาไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่ดูจะรักกันดี แต่ทำไมต้องมาเลิกกัน ซึงฮยอนก็แค่อยากได้ครอบครัวที่อบอุ่น ที่มีพ่อ แม่ และก็เขา แค่นี้ มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาอย่างงั้นเหรอ โลกนี้ช่างโหดร้ายกับเขายิ่งนัก

 

หลังจากร้องไห้เสร็จซึงฮยอนก็ยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับท๊อปฟัง... ทั้ง ๆ ที่เพิ่งรู้จัก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเคยเจอกัน แต่เขาก็อยากจะเล่าเรื่องราวที่มันปวดร้าวในใจจนก้อนเนื้อเล็ก ๆ นั้นแทบจะฉีดขาดกัน ให้ท๊อปได้ฟังจนหมด

 

ท๊อปฟังเรื่องเล่าของซึงฮยอนจนจบ แล้วก็เขาใจดีถึงอารมณ์ของลูกค้าตัวเล็กในตอนนี้ เพราะเขาเองก็เคยเป็นแบบนั้น เป็นเด็กที่ไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ด้วยอุบัติเหตุรถชน ที่ทำให้พวกท่านทั้งสองคนเสียชีวิตในทันที วันแรกที่เขารู้ว่าจะไม่มีพ่อแม่ เขาก็เสียใจ จนแทบจะฆ่าตัวตาย แต่ยังดีที่ได้แทคคอยช่วยไว้ เขาเลยได้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้

 

 

จากวันนั้น วันแรกที่เจอกับซึงฮยอนถึงวันนี้ มันก็เป็นเดือนแล้วสินะ ที่ท๊อปได้รู้จักกับซึงฮยอน ในฐานะโฮสต์กับลูกค้า แล้วไอ้ฐานะที่เป็นอยู่นี้ มันจะเป็นถึงเมื่อไรกัน.....ไม่มีใครรู้ได้ นอกจากตัวพวกเขาเอง

……………………..

………………..

…………..

……...

 

 

ชเว ซึงฮยอน....โฮสต์

อี ซึงฮยอน.....ลูกค้า

 

 

 

 

<<<<<<<<<< ~ “VIP HOST” ~ >>>>>>>>>>

 

 

 

 

Talk : TT ไม่รู้ว่าจะสนุกถูกใจหรือเปล่า เพราะแต่งเองก็สับสนเอง

ตอนแรกก่ะจะให้จบในสองตอน ท่าจะยาวซ่ะแล้วสิ อาจเลยเป็นสาม เป็นสี่

ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์